สัตว์มีพิษ

7 สัตว์มีพิษที่มากับหน้าฝน

สัตว์มีพิษที่มากับหน้าฝน อีกหนึ่งภัยร้ายที่มาพร้อมกับความเงียบ ตอนนี้เป็นช่วงลมมรสุม ทั้งลม ฝน พายุ บ้านใครที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ หรือว่าบ้านที่มีป่ารกชัก ซึ่งบริเวณเหล่านี้นั้นเป็นแหล่งที่เต็มไปด้วยสัตว์มีพิษมากมาย ซึ่งวันนี้เรามีเรื่องน่ารู้ดีๆ เกี่ยวกับ สัตว์มีพิษที่มากับหน้าฝน อันตรายที่คุณมองข้ามไม่ได้ เพราะนั่นหมายถึงชีวิตของคุณ

7 สัตว์มีพิษที่มากับหน้าฝน ระวังให้ดี?

สัตว์มีพิษที่มากับหน้าฝน

  1. งู

งู

สำหรับหน้าฝนนี้วางใจอะไรไม่ได้เลยนะคะ และสัตว์มีพิษร้ายแรงอันดับต้น ๆ ที่เราอยากเตือนให้ระวังกันให้ดี  คือ งู ไม่ว่าจะมีพิษหรือว่าไม่มีพิษ ก็ต้องป้องกัน เพราะในฤดูฝนแบบนี้งูมักจะหนีน้ำมาอาศัยบ้านคนอยู่ ซึ่งงูเหล่านี้ก็มักจะเจองูขดตัวอยู่ในรองเท้า ตู้ไปรษณีย์ เป็นต้น

ที่สำคัญในช่วงหน้าฝนนี้ งูมีพิษอีกหนึ่งชนิดที่พบได้บ่อยก็ คืองูที่มีพิษต่อระบบเลือด อย่างเช่น งูแมวเซา และงูกะปะ ซึ่งถ้าหากถูกกัดจะมีอาการปวดบวมรอบแผล หรืออาจจะพบตุ่มน้ำเลือดและมีเลือดออกจากแผล ส่วนพิษงูเขียวหางไหม้จะทำให้เกิดอาการบวมลุกลาม เพราะว่างูชนิดนี้มีพิษทำให้เลือดในกายไม่แข็งตัว จะพบเลือดออกไม่หยุดในอวัยวะภายใน อย่างช่องท้อง ไรฟัน สมอง หรือว่าอาจทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันจนถึงแก่ชีวิตได้

วิธีป้องกันงูเข้าบ้าน

 

–   น้ำมันกลิ่นฉุน กลิ่นแรง ๆ ของน้ำมันเครื่อง น้ำมันก๊าด น้ำมันสน หรือว่าน้ำมันรถ จะทำให้งูไม่อยากย่างกรายเข้ามาใกล้ เพราะงูเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบกลิ่นแรง ๆ  การวางน้ำมันกลิ่นฉุน กลิ่นแรง ๆ ก็เป็นการป้องกันที่ดี

–   กรวด  หรือหินก้อนเล็ก ๆ ซึ่งหากนำมาโรยไว้รอบตัวบ้าน ก็จะทำให้งูเกิดอุปสรรคในการเลื้อย เนื่องจากว่าเมื่อเจอกับก้อนกรวดจนทำให้เลื้อยลำบาก งูก็จะเปลี่ยนใจไปที่อื่นในที่สุดนั่นเองคะ

–   แผ่นกันงู อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับติดไว้ที่ผนัง หรือติดตามเสาไฟ เพื่อดักไม่ให้งูเลื้อยผ่าน เพราะว่าแผ่นกันงูทำจากพลาสติกที่มีความลื่นสูง จึงทำให้เป็นอุปสรรคในการเลื้อยของมัน

–   เลี้ยงน้องหมา เพราะเมื่อไหร่ที่น้องหมาเจองูรับรองว่ามันไม่อยู่เฉยแน่ เพราะมันจะเห่า และเสียงดังของน้องหมาจะทำให้งูตกใจและเลื้อยออกไปเอง

  1. ตะขาบ

ตะขาบ

หลายคนอาจจะทราบกันกีว่าพิษของตะขาบก็อันตรายใช่ย่อยค่ะ และยิ่งในหน้าฝนที่สภาพภูมิอากาศชื้น ๆ อย่างนี้ เราก็มักจะเห็นตะขาบชุกชุมมากขึ้น ซึ่งตัวตะขาบเองจะมีพิษอยู่ที่เขี้ยว 1 คู่ โดยอยู่ที่ปล้องแรกของลำตัว และเมื่อไหร่ก็ตามที่เราโดนตะขาบกัดจึงจะเห็นเป็นรอยเขี้ยวมีจุดเลือด 2 จุด  ซึ่งหลังจากกัดไปแล้ว พิษของตะขาบจะแผ่ซ่าน เกิดอาการบวมแดง ปวด แสบร้อน ถ้าใครที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรงจะมีอาการ อาเจียน ปวดหัว มึนงง จนกระทั่งเป็นอัมพาตในบริเวณแผลที่ถูกตะขาบกัดเลยทีเดียว

วิธีป้องกันตะขาบเข้าบ้าน

–   โรยผงล้างห้องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นผงล้างห้องน้ำยี่ห้อต่าง ๆ ที่มีขายกันอยู่ทั่วไป หรือว่าขายตามห้างก็ดี เราแนะนำให้คุณนำมาโรยตามเส้นทางที่คิดวั่นจะเดินผ่าน  ความแรงของผงล้างห้องน้ำอาจส่งผลให้ตะขาบแสบร้อนจนเผ่นหนีไปก็ได้

–   เลี้ยงไก่ เนื่องจากว่าการเลี้ยงไก่ช่วยให้ตะขาบหลบหายไปได้จริง ๆ เพราะไก่กับตะขาบดูท่าว่าจะไม่ลงรอยกันสักเท่าไหร่ แต่ทางที่ดีก็ควรให้ระวังอันตรายจากพิษตะขาบที่จะเกิดกับไก่ของคุณด้วยนะคะ

–   ผงไล่ตะขาบ ในปัจจุบันมีการพัฒนาตัวช่วยไล่ตะขาบให้สะดวกสบายมากขึ้น ดังนั้น สำหรับคนที่อยากจะไล่ตะขาบแบบง่าย ๆ ก็ลองไปหาซื้อผงไล่ตะขาบตามร้านทุกอย่าง 60 บาท นำมาโรยให้ทั่วบริเวณที่เป็นจุดเสี่ยง หรือว่าคุณจะผสมน้ำแล้วฉีดตามบริเวณที่ต้องการก็ได้เช่นกันคะ

3.แมงป่อง

แมงป่อง

แค่เห็นรูปลักษณ์ภายนอกของแมงป่องก็น่าขยาดมาก ๆ แล้ว แต่คุณทราบหรือไม่ว่าพิษของสัตว์ชนิดนี้ยิ่งทำให้สยองเข้าไปใหญ่ค่ะ เนื่องจากว่าพิษร้ายของแมงป่องซึ่งจะอยู่ที่ปลายหาง จึงทำให้ปวดแสบปวดร้อนทรมาน หรืออาจจะร้ายแรงถึงตายได้เพียงแค่จึ๊กเดียว

โดยแรก ๆ ที่โดนแมงป่องต่อยจะรู้สึกปวดแปรี๊บทันที หลังจากนั้นใน 30 นาทีต่อมาคุณจะรู้สึกปวดมาก มีอาการบวมแดงและแสบร้อนที่แผล ปวดหัว อาเจียน มีไข้สูง หัวใจเต้นเร็ว ซึ่งถ้าหากไม่รีบรักษาอาจมีอาการชัก น้ำคั่งปอด และอาจจะเสียชีวิตจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ระบบหายใจล้มเหลวนั่นเองค่ะ

วิธีป้องกันแมงป่องเข้าบ้าน

 

– ขั้นตอนแรกง่ายๆ แค่คุณทำความสะอาดสวนในบ้านให้โล่ง โปร่ง ทุกซอกทุกมุม โดยพยายามอย่าให้มีซอกหลืบ อย่างเช่น ใต้กระถาง พื้นใต้หิน ให้แมงป่องเข้าไปหลบซ่อนตัวเท่านั้นพอ

– ปิดทุกทางเข้าออก โดยเฉพาะร่องใต้ประตู หรือว่าที่กำแพงที่มีรูโหว่ก็ควรซ่อมแซมให้มิดชิด และต้องพยายามอย่าเปิดประตูทิ้งไว้

– ท่อน้ำควรปิดด้วยฝาตะแกรง หรือว่าคุณอาจจะจะใช้แผ่นไม้ แผ่นหิน ปิดกันไว้ก็ได้

– วางน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ หรือจะเป็นกลิ่นซิตรัสในจุดเสี่ยง เช่น รอบ ๆ บ้าน ประตูที่เชื่อมออกไปยังสวน หรือว่าจุดที่มีความอับชื้นค่อนข้างสูงอย่างห้องน้ำ ในครัว บริเวณซักล้าง เพราะว่าเจ้าแมงป่องจะไม่เข้าใกล้กลิ่นหอม ๆ เหล่านี้

 

4.คางคก

คางคก

คางคก จัดว่าเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่มีพิษเป็นเมือกสีขาว ซึ่งเราจะคุ้นหูมากกว่าถ้าเรียกยางคางคก โดยต่อมพิษของเจ้าคางคกจะอยู่ที่เส้นสันหลัง และว่าเครื่องในบางส่วน ซึ่งถ้าหากเราโดนพิษคางคกสัมผัสผิว เราก็จะเกิดอาการระคายเคืองแต่ทว่าไม่มากพอจะส่งผลต่อระบบอื่น ๆ อีกได้

และสำหรับคนที่กินคางคกเพื่อหวังเป็นยาชูกำลัง (ซึ่งไม่ช่วยบำรุงสุขภาพได้จริง) อาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้ค่ะ โดยอาการแพ้พิษจะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ส่วนมากจะเกิดหลังจากกินคางคกไปแล้วหลายชั่วโมง โดยผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องร่วง

โดยบางคนอาจมีอาการวิงเวียน สับสน เห็นว่าภาพเป็นสีเหลือง และสติเริ่มลดน้อยลง บางคนมีอาการเพ้อ ง่วงซึม มีอาการทางจิตประสาทร้ายแรงถึงขั้นชัก และหมดสติ หรือถ้าหากถอนพิษไม่ทัน ผู้ป่วยจะมีอัตราการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ จนกระทั่งตกผู้ป่วยอยู่ในสภาวะหัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด

วิธีป้องกันคางคกเข้าบ้าน

แม้ว่าเจ้าคางคกจะดีต่อระบบนิเวศในสวน คือ เป็นตัวช่วยกำจัดสัตว์ชนิดอื่น ๆ ได้ อย่างเช่น หอยทาก ทว่าหากไม่อยากมีคางคกป้วนเปี้ยนในบ้าน เราอยากให้คุณลองนำผงคลอรีนโรยรอบ ๆ บ้าน โดยเน้นบริเวณพื้นที่อับชื้นมากเป็นพิเศษ เพราะว่ากลิ่นฉุนของคลอรีนจะทำให้คางคกไม่เข้าใกล้บ้านเราเลยค่ะ

5.แมลงก้นกระดก

แมลงก้นกระดก

แมลงก้นกระดก (Rove Beetle) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ ด้วงก้นกระดก ด้วงปีกสั้น ด้วงก้นงอน และแมลงเฟรชชี่ ซึ่งสัตว์ชนิดนี้สามารถพบได้มากที่บริเวณใกล้แหล่งน้ำ นาข้าว หรือว่าตามพงหญ้า โดยเฉพาะในหน้าฝนจะมีการระบาดของแมลงชนิดนี้ในต่างจังหวัด หรือว่าอยู่บนตึกสูง ๆ ก็พบได้บ้างเช่นกัน

ทั้งนี้ แมลงก้นกระดกก็ไม่ใช่สัตว์ปีกที่น่าคบหาเท่าไรค่ะ เพราะเจ้าแมลงก้นกระดกมีพิษแสบร้อนมาก เนื่องจากของเหลวในร่างกายของแมลงก้นกระดกจะมีสาร เพเดอริน (Paederin) ซึ่งถือว่าเป็นส่วนประกอบ ซึ่งสารพิษชนิดนี้สามารถทำลายผิวหนัง และเซลล์เนื้อเยื่อ เมื่อเราสัมผัสโดน แมลงก้นกระดกก็จะปล่อยของเหลวออกมา ซึ่งนั่นก็จะทำให้ปวดร้อน คัน ปวดแสบ ผิวไหม้ มีผื่นแดง ตุ่มน้ำ และเป็นหนองขึ้นตามบริเวณผิวหนังที่โดนสัมผัส

วิธีไล่แมลงก้นกระดก

–    ติดมุ้งลวด และกางมุ้งนอน

–    ปิดประตู หน้าต่างให้สนิทก่อนฟ้ามืด เพื่อเป็นการป้องกันแมลงก้นกระดกบินตามแสงไฟเข้ามาในบ้าน

–    เปลี่ยนหลอดไฟเป็นสีเหลืองแทนสีขาว

–    ถ้าหากพบแมลงชนิดนี้ชุกชุมบริเวณที่พักอาศัย แนะนำให้ตรวจหาและกำจัดแหล่งน้ำที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์

–    เมื่อพบเห็นหรือว่าถูกแมลงชนิดนี้เกาะที่ร่างกาย ห้ามตีหรือว่าขยี้ด้วยมือเปล่า ควรใช้ผ้าหรือกระดาษเขี่ยแมลงนี้ออกไป และรีบล้างผิวหนังบริเวณที่สัมผัสกับแมลงด้วยน้ำ และสบู่ให้เร็วที่นะคะ

 

 6.กิ้งกือ

กิ้งกือ

กิ้งกือ เป็นสัตว์ที่มากับหน้าฝน และความอับชื้นเช่นกันค่ะ และเมื่อเห็นกิ้งกือม้วนตัวกลม ๆ แข็งทื่ออย่างนี้ เขาก็มีพิษเหมือนกันนะค่ะ โดยกิ้งกือบางชนิดสามารถปล่อยพิษที่เป็นของเหลวออกจากบริเวณรอยต่อของข้อปล้องของมันได้ หรือ กิ้งกือบางชนิดอาจปล่อยก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์ออกมาเพื่อป้องกันตัว

ซึ่งจริง ๆ แล้วสารพิษดังกล่าวจะไม่ค่อยส่งผลกับมนุษย์เราเท่าไร เว้นแต่ว่าว่าคนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย อาจจะเกิดอาการแสบ คัน หรือว่าเห็นเป็นรอยแดง ๆ ตามผิวหนังที่สัมผัสกิ้งกือได้ แต่ทว่าทั้งนี้ก็ไม่เป็นอันตรายมากจนน่าห่วงค่ะ

วิธีไล่กิ้งกือออกจากบ้าน

เราขอแนะนำให้คุณลองหาซื้อปูนขาวมาโรยไว้รอบ ๆ บ้าน โดยเฉพาะจุดที่เห็นว่ากิ้งกืออาศัยอยู่ ซึ่งปูนขาวจะช่วยสกัดไม่ให้กิ้งกือเดินยั้วเยี้ยไป-มา บริเวณบ้าน ทั้งนี้ คุณต้องคอยหมั่นเทปูนขาวใหม่อยู่เป็นระยะ ๆ ด้วยนะคะ

7.ยุง

ยุง

น้ำขังตามแหล่งต่าง ๆ ถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดยุงมากมายหลายสายพันธุ์ แต่หนึ่งในนั้น คือ ยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกนั่นเองค่ะ ดังนั้น ในช่วงหน้าฝนอย่างนี้เราก็ควรที่จะทำการป้องกันยุงลายออกอาละวาดจนทำให้เสี่ยงโรคไข้เลือดออกด้วยนะคะ

อันตรายจากยุง

 

– ไข้เลือดออก โรคตัวร้ายที่มียุงลายเป็นพาหะ

– โรคเท้าช้าง ระวังไว้ให้ดี โรคติดต่อนี้มียุงเป็นพาหะ

– ไวรัสซิกา  โรคติดต่อที่ไร้วัคซีนป้องกัน ภัยเงียบจากยุงลาย

– โรคไข้สมองอักเสบเจอี ยุงรำคาญเป็นพาหะนำโรค

วิธีกำจัดยุง

–     เทน้ำยาล้างจานไล่ยุงในท่อน้ำทิ้ง เนื่องจากว่ายุงมักจะบินมาทางท่อระบายน้ำ และท่อน้ำทิ้ง ดังนั้นหลังจากที่คุณล้างจานหรือทำความสะอาดบ้านเรียบร้อยแล้ว เราขอแนะนำให้ผสมน้ำยาล้างจานกับน้ำเปล่า แล้วเทลงไปในท่อระบายน้ำ

–     ขยี้สมุนไพรในครัวให้ยุงกลัวกลิ่น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นมะกรูด ใบสะระแหน่ หรือว่าตะไคร้หอม ก็สามารถไล่ยุงให้ไกลจากบ้านเราได้ ด้วยการนำมาขยี้ให้มีน้ำมัน และกลิ่นออกมา แล้วนำไปวางไว้ตามมุมต่าง ๆ ในบ้านหรือนำมาทาตัวป้องกันยุงกัดก็ได้

–     น้ำมันหอมระเหยทำเอง  การนำน้ำมันหอมระเหยกลิ่นมะนาว หรือกลิ่นตะไคร้มาผสมกับน้ำมันยูคาลิปตัสในปริมาณที่เท่า ๆ กัน แล้วก็เอามาทาผิวแค่บาง ๆ หรือว่าจะฉีดพ่นลงบนเสื้อผ้า แค่นี้ยุงร้ายก็ไม่กล้าเข้าใกล้แล้ว

–     กากกาแฟลอยน้ำ อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยในการป้องกันยุงวางไข่ บ้านไหนที่นิยมปลูกไม้น้ำหรือมีภาชนะที่ใส่หล่อน้ำไว้ตลอดเวลา เราขอแนะนำให้โรยกากกาแฟลงไปด้วย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ยุงมาวางไข่ และป้องกันไม่ให้ยุงขยายพันธุ์ในบ้านของเรา

–     วางกระเทียมไว้ตามมุมบ้าน เนื่องจากว่ายุงเป็นสัตว์ที่มีจมูกไวต่อกลิ่น และไม่ชอบกลิ่นฉุนของกระเทียม ฉะนั้น เราก็แค่นำกระเทียมมาบุบ จากนั้นก็นำมาวางไว้ตามมุมอับต่าง ๆ ในบ้าน ยุงก็จะค่อย ๆ บินหายไปเอง โดยไม่ต้องพ่นสารเคมีไล่