เสาวรส

เสาวรส มากได้วยโภชนาการ

สำหรับการศึกษาในผู้สูงอายุ พบว่าชายและหญิงสูงอายุ ที่ดื่มน้ำ เสาวรส ผลไม้ที่เต็มไปด้วยโภชนาการ เปลือกม่วงและเปลือกเหลือง มีตามินซีในซีรัมลดลงหลังการดื่มอย่างมีนัยทางสถิติ ส่วนฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระโดยรวมพบว่า ในหญิงสูงอายุมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น เมื่อดื่มน้ำเสารสทั้งสองชนิดขณะที่ปริมาณไซโตไคน์ ซึ่งเป็นสารสื่อกลางการอักเสบลดลงในชายสูงอายุ ที่ดื่มน้ำเสาวรสทั้งสองชนิดและในหญิงสูงอายุที่ดื่มน้ำเสาวรสเปลือกม่วง

เสาวรส สรรพคุณ

ลักษณะของ เสาวรส ผลไม้ที่เต็มไปด้วยโภชนาการ

เสาวรส ชื่อวิทยาศาสตร์ Passiflora edulis Sims จัดอยู่ในวงศ์กะทกรก (PASSIFLORACEAE)

และปัจจัยที่บรรเทาเป็นเนื้อร้าย เนื้องอกทีลดระดับลงอย่างมีความเป็นไปได้ในชายสูงวัย ที่ดื่มน้ำเสาวรสเปลือกสีม่วงและหญิงสูงวัยที่ดื่มน้ำเสาวรสเปลือกเหลือง ตรงกับการศึกษาวิจัยออกมาว่า สารฟลาโวนอยด์มีปฏิกิริยาในต้านการอักเสบงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านผลไม้ในประเทศไทย เพื่อนำมาช่วยส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุให้แข่งแรง ให้ประชาชนช่วยกันปลูกปลูกและบริโภคเสาวรสกันให้มากๆมากขึ้น

เนื่องด้วยประโยชน์ต่าง ๆ ในตัวของเสาวรสสารต่าง ๆ และสรรพคุณของเสาวรสนั้นก็มีมากและหลากหลายข้อ เพราะเสาวรสเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุรวมอยู่หลากหลายชนิด ซึ่งยกตัวอย่าง วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินซี วิตามินบี 3 กรดโฟลิก ธาตุเหล็ก ธาตุแมกนีเซียม  ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุโพแทสเซียม ธาตุสังกะสี และคาร์โบไฮเดรต

และยังมีของแถมนั่นอีกมากมายยกตัวออกมาก็คือใยอาหารในปริมาณที่สูงรวมอยู่ด้วย ซึ่งนิยมนำมาเพื่อรับประทานเป็นผลไม้ที่สด ๆ โดยเสาวรสที่จะมีลักษณะดีนั้นต้องไม่เกิดการเหี่ยว ผิวต้องช่ำเหมือนดึงออกจากต้นแต่ทั้งนี้ห้ามรับประทานในส่วนของผลสด ๆ เด็ดขาด เพราะมีสารพิษอันตราย อาจทำมีอัยตรายต่อชีวิตได้ รอรับประทานผลที่สุขอย่างเดียวจะดีกว่า

ประโบชน์ของเสาวรส 10 ข้อหลัก

เสาวรส ราคา

  1. เสาวรสสามารถ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
  2. ในเสาวรสช่วยในการชะลอวัย ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระและวิตามิน
  3. ในเสาวรสนั้นใช้ทำเป็นน้ำผลไม้ปั่น มีวิธีทำน้ำเสาวรสให้อร่อย จงเตรียมเสาวรสที่สุกแล้ว 3 ลูก ต่อมาก็ น้ำเชื่อมครึ่งถ้วย  เกลือป่นหนึ่งช้อนโต๊ะ ขั้นตอนต่อไปก็ น้ำต้มสุกแช่เย็นหนึ่งถ้วย หลังจากนั้นนำเสาวรสไปล้างให้สะอาดทั้งเปลือก แล้วนำมาผ่าครึ่งตามขวาง แล้วนำช้อนตักเมล็ดเนื้อเสาวรสและน้ำออกให้หมด แล้วนำมาปั่นกับน้ำต้มสุกจนละเอียด
  4. เสาวรสนั้นจะช่วยในเสริมการบำรุงรักษาสายตา เนื่องจากมีวิตามินเอรวมอยู่ด้วย
  5. ในเสารสมีสารช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง
  6. ดอกของเสาวรสนั้นใช้ขับเสมหะ ช่วยแก้ไอได้
  7. แร่ธาตุในเสารสนั้นช่วยในการฟื้นฟูตับและไตให้มีสุขภาพแข็งแรง
  8. เสาวรสนั้นช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
  9. แร่ธาตุในเสาวรสนั้นช่วยในการฟื้นฟูตับและไตให้มีสุขภาพแข็งแรง
  10. เมล็ดของเสารสนั้นมีสารที่ทำหน้ายับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ดี

คุณค่าทางโภชนาการของเสาวรสเมื่อทานเข้าไปในปริมาณ 100 กรัม

น้ำเสาวรส

  • พลังงาน 97 /ต่อสัดส่วนใน 100 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต 23.38 /ต่อสัดส่วนใน 100 กรัม
  • น้ำตาล 11.2 /ต่อสัดส่วนใน 100 กรัม
  • เส้นใย 10.4 /ต่อสัดส่วนใน 100 กรัม
  • ไขมัน 0.7 /ต่อสัดส่วนใน 100 กรัม
  • โปรตีน 2.2 /ต่อสัดส่วนใน 100 กรัม
  • วิตามินเอ 64 /ต่อสัดส่วนใน 100 กรัม
  • เบตาแคโรทีน 734 /ต่อสัดส่วนใน 100 กรัม
  • โคลีน 7.6 มิลลิกรัม /ต่อสัดส่วนใน 100 กรัม
  • วิตามินซี 30 มิลลิกรัม /ต่อสัดส่วนใน 100 กรัม
  • วิตามินเค 0.7 ไมโครกรัม /ต่อสัดส่วนใน 100 กรัม
  • ธาตุแคลเซียม 12 มิลลิกรัม /ต่อสัดส่วนใน 100 กรัม
  • ธาตุเหล็ก 1.6 มิลลิกรัม /ต่อสัดส่วนใน 100 กรัม
  • ธาตุแมกนีเซียม 29 มิลลิกรัม /ต่อสัดส่วนใน 100 กรัม
  • ธาตุฟอสฟอรัส 68 มิลลิกรัม /ต่อสัดส่วนใน 100 กรัม
  • โพแทสเซียม 348 มิลลิกรัม /ต่อสัดส่วนใน 100 กรัม
  • ธาตุโซเดียม 28 มิลลิกรัม /ต่อสัดส่วนใน 100 กรัม
  • ธาตุสังกะสี 0.1 มิลลิกรัม /ต่อสัดส่วนใน 100 กรัม

เมื่อเรานึกถึงเสาวรสก็จะนึกถึงรสเปรี้ยวก็ยังมีกลิ่นหอม เนื่องจากบางคนไม่ชอบกลิ่นจึงไม่ยอมที่จะบริโภคและใช้ประโยชน์จากตัวเสาวรสเลย แต่ก็มีบางคนไปใช้ผลไม้อื่น ๆ แทน ซึงก็สุดแล้วแต่ความคิดความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน  แต่เสาวรสยังเป็นผลไม้ที่มีแทบทุกจังหวัดทุกจังหวัด สำหรับที่  แต่ในเชียงใหม่หาซื้อได้ง่ายเพราะชาวเขาบนดอยก็ปลูกและนำลงมาขายในตลาดก็ดีไป

โครงการหลวงก็มีจำหน่ายให้ซื้อได้มีตลอดทั้งปี  ถนนคนเดิน ฯ เป็นต้นไม้ที่ปลูกได้เองและเกิดง่ายมากเช่นเดียวกับไม้เถาวรรณอื่น ๆ เพราะรสเปรี้ยวของเสาวรสเวลานำมาปั่นหรือเครื่องดื่มจึงต้องใส่น้ำตาลมาก ผู้ดื่มที่มีปัญหาการควบคุมปริมาณน้ำตาลต้องระวังมากและห้ามดื่มได้จะดีที่สุด ๆ กับน้ำผลไม้ที่ไม่ได้ทำเอง เราดื่มโดยไม่ต้องใส่น้ำตาลได้ก็จะดีมาก เพราะรชชาติมันดีอยู่แล้ว ๆ

 

วิธีทำน้ำ เสาวรส

วิธีทำน้ำเสาวรส

  1. เตรียมเสาวรสงอมสุกประมาณ 2-3 ลูก (เลือกลูกที่เปลือกยังเป็นสีเหลือง และไม่เหี่ยว) ล้างให้สะอาด
  2. ผ่าเสาวรสออกครึ่งแบ่งออกเป็น 2 ซีก ตักเอาแต่เนื้อออกมาใส่ถ้วย หรือแก้วพักไว้ให้หมด
  3. เติมน้ำร้อนที่ต้มสุกลงไป
  4. ให้นำผ้าขาวบางมากรอง และเอาเมล็ดออก
  5. ทำการเติมน้ำผึ้งลงไปในภาชนะ และเกลือเพื่อปรุงรส
  6. สุดท้ายจัดเทใส่แก้ว สามารถดื่มได้ทันทีสดชื่น

เกล็ดความรู้เกี่ยวกับ เสาวรส

ต้นเสาวรส

มีการนำเมนูเสาวรสไว้หลากหลายเมนูให้เลือกรับประทานได้เลยตามแบบที่เราต้องการ แต่ก็เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงยังมีข้อสงสัยต่าง ๆ นานากันมากพอสมควรในเรื่องเมล็ดในตัวของเสาวรสที่มีอยู่เยอะเหลือเกิน แล้วสรุปเจ้าตัวที่อยู่ในเมล็ดเสาวรสนี้สามารถกินได้ไหม ตอบตรงนี้ไปชัด ๆ ให้แน่ใจเลย เลยนะว่า เมล็ดเสาวรสสามารถรับประทานได้ได้ แต่ทว่าควรจะนำเมล็ดไปปั่นละเอียดหรือนำไปตำให้แหลกพอประมาณ เพื่อช่วยให้ลำไส้ย่อยเมล็ดเสาวรสได้สะดวกขึ้นนั่นเอง

ที่ผ่านมา ยังมีการรายงานข่าวลือเกี่ยวกับเสาวรสในเรื่องผลของการบริโภคต่อสุขภาพผู้สูงอายุไม่มากนัก แต่ก็ยังมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จึงสนับสนุนโครงการศึกษาและวิจัยเรื่อง “ผลประโยชน์ของน้ำเสาวรสที่สามารถต่อการต้านอนุมูลอิสระและต้านอาการอักเสบในผู้สูงวัย” มี ดร.ศุภวัชร สิงห์ทอง สังกัดคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยแห่งนึ่ง เป็นหัวหน้าศึกษาและวิจัยสารที่สามารถออกฤทธิ์ของเสาวรสชนิดเปลือกสีม่วงและสีเหลืองการทดลองในหลอดทดลอง

ยังวิจัยและศึกษาผลการดื่มน้ำเสาวรสมีผลต่อความสามารถต้านอนุมูลอิสระ ต้านการบรรเทาอาการอักเสบ และทำให้เกิดการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้สูงวัยแม้ประโยชน์ของเสาวรสจะดีต่อสุขภาพมากแค่ไหน แต่นายแพทย์วัลลภ พรเรืองวงศ์ จากโรงพยาบาลห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ได้รับผลการวิจัยและศึกษาจากมหาวิทยาลัยเซาธ์ของประเทศแคลิฟอร์เนียและประเทศฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา มากล่าวเตือนกันว่า เสาวรสมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ตับ

และอาจทำให้ฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) สามารถเพิ่มสูงขึ้น และจะเกิดการกระตุ้นเซลล์มะเร็งที่ตอบสนองต่อโกรทฮอร์โมนอาจทำให้แบ่งตัวอย่างเร็วขึ้นได้ โดยอ้างอิงมาจากผลการศึกษาวิจัยที่พบว่า ผู้หญิงที่กินเสาวรส 1 ใน 4 ผลขึ้นไปทุก ๆ วัน อาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นราว 30% ได้เลยทีเดียวนะ