การป้องกันโรคที่เกิดจากยุง

โรคที่เกิดจากยุง รวมโรคร้ายที่เกิดจากยุง

โรคที่เกิดจากยุง  และโรคที่เกิดขึ้นหลังจากที่ยุงกัด ถือว่าเป้นโรคที่มาความร้ายแรงมาก และยิ่งเป็นโรคไข้เลือดออกด้วยแล้ว ยิ่งทวีความรุนแรง จนถึงขั้นเสียชีวิตมาแล้วก็มี แต่ไม่ใช่แค่โรคไข้เลือดออกเท่านั้นนะคะ เพราะว่าในปัจจุบันนี้โรคที่เกิดจายุง มีหลายโรคด้วยกัน และโรคร้ายแรงที่ว่าจะมีอะไรบ้างนั้น ไปตามดูกันเลย

5 โรคที่เกิดจากยุง

โรคที่เกิดจากยุง ภาษาอังกฤษ

  1. ไข้เลือดออก

โรคที่เกิดจากยุงรําคาญ

โรคไข้เลือด จัดว่าเป็นโรคร้ายแรงมากในปัจจุบันนี้ โดยโรคนี้เกิดจากการเชื้อไวรัสเด็งกี่ (Dengue) โดยมีพาหะเป็นยุงลายตัวเมีย โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่น่ากลัว สำหรับหลายคน เพราะว่ามีความอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ แต่ทว่าความจริงแล้วโรคนี้จะไม่มีความอันตรายถึงตายหากรู้ตั้งแต่เนิ่นๆ และยังได้รับการรักษาทัน ฉะนั้นเราจำเป็นต้องสังเกตอาการเริ่มแรกให้ได้ เพื่อแยกแยะความแตกต่างของไข้หวัดใหญ่กับไข้เลือดออก

อาการของโรคไข้เลือดออก

สำหรับอาการของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกนั้นมีความรุนแรงต่างกัน แต่อาการที่เด่นชัดมากที่สุดคือ มีไข้คล้ายคนไข้ที่มีอาการไข้หวัดทั่วไปคือเป็นไข้ตัวร้อน ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน และในผู้ป่วยบางรายมีอาการความดันโลหิตต่ำ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ ปวดตามกระดูกปวดเมื่อยตามตัว ปวดตา ตาพร่า ท้องเสีย

นอกจากนี้ผู้ป่วยที่พบอาการรุนแรงจะมีภาวะเลือดออก และยังพบบ่อยที่สุดคือบริเวณผิวหนัง ซึ่งจะมีเลือดออกเป็นจุดเล็กๆ และจุดนั้นจะกระจายอยู่เต็มตามแขน ขา ลำตัว และรักแร้ รวมไปถึงเลือดออกที่อวัยวะภายในร่างกาย อย่างเช่น ทางเดินอาหาร บางคนอาเจียน และถ่ายอุจจาระเป็นเลือด ผู้ป่วยจะมีอาการตับโต และเมื่อกดกูเราจะรู้สึกเจ็บ มีเลือดออกที่ตับ ม้ามหรือมีอาการของไตวายร่วมด้วย และยังมีโอกาสเกิดภาวะช็อกร่วมด้วยซึ่งอันตรายมาก

5 โรค ร้าย จาก ยุง

การรักษาโรคไข้เลือดออก

ปัจจุบันนี้ยังไม่มียาชนิดใดที่สามารถต่อต้านไวรัสที่มีฤทธิ์ เฉพาะสำหรับเชื้อไข้เลือดออกได้  เนื่องจากว่าแพทย์ยังไม่มียารักษาโดยตรง แพทย์จะรักษาตามอาการแบบประคับประคองไปก่อนเท่านั้น อย่างเช่น หากมีไข้ก็จะให้ผู้ป่วยกินยาลดไข้ คือ พาราเซตามอล หากผู้ป่วยอาเจียนบ่อยๆ แพทย์จะให้ยาแก้อาเจียน และให้จิบน้ำเกลือชนิดดื่ม อาจให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดร่วมด้วย

การป้องกันโรคไข้เลือดออก

ป้องกันไม่ให้ยุงกัด ไม่ว่าทั้งกลางวัน และกลางคืน ทายากันยุง ติดมุ้งลวด หรือว่าอย่างน้อยควรกางมุ้งเวลานอน โดยเฉพาะเด็ก และคนชราควรอยู่ในห้องที่มีการป้องกันยุงมิดชิด เพราะว่าคนกลุ่มนี้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ยุงลายจะใช้โปรตีนบางตัวในเลือดในการวางไข่ และเมื่อยุงลายไม่ได้กินเลือดก็จะไม่สามารถวางไข่ได้

 

  1. มาลาเรีย

อันตรายจากยุง

มาลาเรีย เกิดจากยุงก้นปล่องเป็นพาหะ และในปัจจุบันนี้ยุงก้นปล่องมีอยู่หลายพันธุ์ที่สามารถนำโรคนี้ได้ และยังมียุงอยู่ทั่วไปทั้งในป่า และในเมือง แต่เจ้ายุงก้นปล่องที่มีอยู่ในเมืองนั้น ไม่เป็นปัญหาเกี่ยวกับการนำโรค ฉะนั้นการถูกยุงกัด (ยุงทุกชนิด) ในเมืองจึงไม่ต้องกังวลว่าคุณจะเกิดโรคมาเลเรีย หรือไข้จับสั่น เนื่องจากว่าการถูกยุงก้นปล่องกัดในขณะนอนค้างแรมในป่ามีโอกาสเป็นโรคได้มาก ชาป่าชาวดอย ชาวบ้านที่มีชีวิตอยู่ในป่า หรือนักทัศนาจรที่ค้างแรมในป่าจึงมีโอกาสเป็นโรคไข้จับสั่นได้สูงได้นั่นเอง

นอกจากนี้ผู้ป่วยเป็นโรคมาเลเรีย เมื่อป่วยนาน ๆ จะพบว่าผิวหนังเหลืองซีด ตาเหลือง ผอม ท้องป่องเนื่องจากมีตับ และมีอาการม้ามโต ผู้ป่วยที่เป็นโรคมาเลเรียนาน ๆ นี้มักจะเป็นชาวป่าชาวดอย หรือว่าชาวบ้านที่ทำมาหากินกับป่า ในกรณีชาวเมือง หรือว่านักทัศนาจรที่ไปค้างแรมในป่า และป่วยเป็นโรค

ซึ่งคนกลุ่มนี้มักมีอาการรุนแรง และมีโรคแทรกซ้อนถึงตายได้ และโรคแทรกซ้อนที่สำคัญได้แก่มาเลเรียขึ้นสมอง และภาวะไตวายจากไข้มาเลเรีย ที่สำคัญผู้ป่วยจะเสียชีวิตโดยรวดเร็ว หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

 

  1. โรคเท้าช้าง

ยุงมีกี่สายพันธ์ อะไรบ้าง

โรคเท้าช้าง เป็นอีกโรคที่มียุงเป็นพาหะ และถ้าหากว่าผู้ป่วยเป็นหนักอาจมีสิทธิ์พิการได้เลย ฉะนั้น ก็ได้เวลาแล้วที่เราจะมาทำความรู้จักโรคติอต่อชนิดนี้กันบ้าง ปัจจุบันนี้บางคนคุ้นกับโรคเท้าช้างอยู่บ้าง แต่ทว่าบางคนก็รู้แค่ว่าโรคเท้าช้างจะทำให้ขาใหญ่โตผิดปกติ หรือว่าอวัยวะโตผิดปกติก็เท่านั้น

แต่อาจจะไม่ทราบเลยว่าโรคเท้าช้างเกิดจากอะไร และที่น่ากลัวกว่าคือหลายคนยังไม่เคยทราบมาก่อนว่าโรคเท้าช้าง นั้นเป็นโรคที่มียุงเป็นพาหะนำโรคนะคะ ดังนั้น คงจะดีกว่าหากเราจะมาศึกษาสาเหตุของโรคเท้าช้าง และเรามาดูกันว่าโรคเท้าช้างเกิดจากยุงอะไรได้บ้าง อาการ วิธีรักษา และการป้องกันโรคเท้าช้างเป็นยังไง

 โรคเท้าช้างเกิดจากอะไร

โรคเท้าช้าง หรือที่เรารู้จักกันในชื่อภาษาอังกฤษว่า Elephantiasis หรือว่า Filariasis เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากหนอนพยาธิตัวกลมในสกุล Filariodidae ซึ่งมีอยู่ 3 ชนิดด้วยกัน ดังนี้

  1. Wuchereria bancrofti (เป็นชนิดที่พบมากที่สุดในไทย)
  2. Brugia malayi
  3. Brugia timoli
โรคเท้าช้าง อาการเป็นอย่างไร

 ผลกระทบจากยุงลาย

โรคเท้าช้าง มีอาการระยะเริ่มต้นที่เราจะสังเกตได้จากอาการมีไข้ ซึ่งอาจจะเกิดจากการอักเสบของต่อม และท่อน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ ขาหนีบ หรือว่าที่อัณฑะ อันเป็นผลจากพยาธิตัวแก่ที่อยู่ในท่อน้ำเหลือง ซึ่งนั่นก็จะสร้างความระคายเคืองแก่เนื้อเยื่อภายใน รวมทั้งพยาธิตัวแก่เหล่านี้อาจจะมีการปล่อยสารพิษออกมาด้วย

ทั้งนี้ ถ้าหากผู้ป่วยมีอาการเรื้อรัง มีการบวมของต่อมน้ำเหลือง ซึ่งจะพบว่าเริ่มแรก กดผิวหนังแล้วบุ๋มลงไป แต่ต่อมาอวัยวะที่เกิดโรคจะเริ่มบวมมากขึ้น เมื่อกดแล้วไม่บุ๋ม และในที่สุดเกิดเป็นภาวะเท้าช้าง (elephantiasis) หรือว่านั่นก็อาจะเกิดภาวะพิการถาวรได้ ซึ่งอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นหลังจากที่ติดเชื้อพยาธิไปแล้วประมาณ 5-10 ปี

โดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อ Brugia malayi ซึ่งจะมีอาการแสดงที่สำคัญ คือ ขาโต หรือว่าอาจจะมีอาการบวมโตตั้งแต่ใต้เข่าลงไป และในบางครั้งก็จะพบอาการบวมที่แขนตั้งแต่ใต้ข้อศอกลงไป

ซึ่งในขณะที่ผู้ติดเชื้อ Wuchereria bancrofti จะเกิดพยาธิสภาพที่บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ได้ แต่ถ้าเป็นผู้หญิงอาจจะพบว่ามีอาการบวมของปากช่องคลอด (vulva) และที่หน้าอก ส่วนในผู้ชายเราจะพบว่ามีการคั่งของน้ำเหลืองในอัณฑะ (hydrocele) และที่ปัสสาวะเป็นสีขุ่นขาวเหมือนน้ำนม (chyluria) แต่ว่าในบางรายอาจพบการบวมที่แขน ขาได้ ซึ่งจะเป็นการบวมตลอดทั้งแขนหรือขา

โรคไข้เลือดออก

โรคเท้าช้าง การรักษาทำอย่างไร

การรักษาโรคเท้าช้าง ขึ้นอยู่กับอาการที่ผู้ป่วยแต่ละรายเป็น โดยหากแพทย์วินิจฉัยว่าผู้ป่วยติดโรคพยาธิชนิดนี้เข้า แต่ยังไม่แสดงอาการของโรคเท้าช้าง ซึ่งแพทย์อาจเลือกวิธีรักษาด้วยการให้ผู้ป่วยรับประทานยา Albendazole ขนาด 400 มิลลิกรัม ทานร่วมกับยา Hetrazan (diethylcarbamazine, DEC) ขนาด 6 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม 1 ครั้งต่อปี

และส่วนผู้ป่วยที่แสดงอาการของโรคเท้าช้างแล้ว นอกจากจะให้ผู้ป่วยรับประทานยาในข้างต้นแล้ว แพทย์อาจจะแนะนำให้รักษาความสะอาดบริเวณที่มีอาการของโรคร่วมกับการทำกายภาพบำบัด โดยการนวดบริเวณต่อมน้ำเหลืองที่บวมโตเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของน้ำเหลือง และในผู้ป่วยบางรายที่แพทย์อาจจะวินิจฉัยให้เข้ารับการผ่าตัดด้วย

 

 

  1. ไข้ปวดข้อยุงลาย (ชิคุนกุนย่า)

ไข้ปวดข้อยุงลาย

โรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือว่าโรคชิคุณกุนยา  เป็นโรคที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรคเช่นเดียวกันกับโรคไข้เลือดออก โดยโรคสามารถติดต่อกันได้ผ่านยุงลายตัวเมีย และเมื่อยุงลายตัวเมียกัด และดูดเลือดผู้ป่วยที่โรค ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนที่ป่วยเป็นโรคนี้อยู่ในระยะไข้สูง เชื้อไวรัสจากผู้ที่ป่วยเป็นโรคก็จะเข้าสู่ตัวยุง  และเมื่อยุงตัวไหนที่มีเชื้อไวรัสชิคุณกุนยาไปกัดคนอื่น เชื้อถูกปล่อยออกมาทำให้คนที่ถูกกัดป่วยได้

และเมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจุมีระยะฟักตัว ประมาณ 1-12 วัน แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคนที่ถูกกัด แต่โดยทั่วไป ประมาณ 2-3 วัน ผู้ป่วยก็จะเริ่มมีอาการ โดยอาการของโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือว่า โรคชิคุณกุนยา นั้น จะอาการคล้ายกับโรคไข้เลือดออก

อาการและอาการแสดงของโรคไข้ปวดข้อยุงลาย

อาการของโรคไข้ปวดข้อยุงลาย นั้น มีอาการเหมือนกับ โรคไข้เลือดออก คือ ผู้ป่วยโรคนี้จะมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน มีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย และนั่นอาจจะมีอาการคันร่วมด้วย บางรายอาจมีอาการตาแดง แต่ทว่าโรคนี้ไม่พบจุดเลือดออกในตาขาว แต่สิ่งแตกต่างจากโรคไข้เลือดออก คือ  เชื้อไวรัสชิคุณกุนยาจะไม่ทำให้พลาสม่าหรือว่าน้ำเลือด รั่วออกนอกเส้นเลือด โดยใหญ่จึงไม่ทำให้ผู้ป่วยช็อคได้ แต่ สร้างความทุกข์ทรมาน ก็คือ อาการปวดตามข้อ และข้ออักเสบ

ผู้ป่วยโดยส่วนใหญ่ข้อที่ปวดจะปวดจะเป็นข้อเล็กๆ อย่างเช่น ข้อมือ ข้อเท้า  โดยเปลี่ยนตำแหน่งการปวดไปเรื่อยๆ อาการปวดก็อาจจะมากจนผู้ป่วยเคลื่อนไหวข้อไม่ได้ แต่อาการเป็นยาวนานต่อเนื่องถึง 12 สัปดาห์  โดยที่บางรายอาจมีอาการซ้ำเป็นปี

ผลกระทบ จากยุงลาย

การรักษาและป้องกันโรคไข้ปวดข้อยุงลาย

การรักษาโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือว่าจะใช้หลักการเดียวกันกับ โรคไข้เลือดออก ก็คือ การรักษาแบบประคับประคอง และการป้องกันภาวะแทรกซ้อน ร่วมกับป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสชิคุณกุนยา  นอกจากนี้การรักษาแบบประคับประคอง ได้แก่ การให้ยาลดไข้ แก้ปวด และการให้สารน้ำให้เพียงพอ และการดูแลให้ผู้ป่วยพักผ่อนให้เพียงพอ และป้องกันไม่ให้ยุงกัด ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

 

  1. ไข้สมองอักเสบ

ไข้สมองอักเสบ

ไข้สมองอักเสบ เกิดจากยุงรำคาญ พบในนาข้าว เพราะว่าเป็นแหล่งแพร่พันธุ์ และมีหมูเป็นรังของโรค โดยยุงรำคาญไปกัดหมูที่เป็นโรค และแพร่เชื้อต่อสู่คน และสัตว์อื่นๆ

อาการโรคไข้สมองอักเสบ

หลังจากที่ผู้ป่วยได้รับเชื้อ 5-15 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง อาเจียน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย และหลังจากนั้นก็จะเริ่มมีอาการผิดปกติทางสมอง อย่างเช่น คอแข็ง สติสัมปชัญญะลดลง ซึม หรืออาจจะมีอาการ เพ้อ คลั่ง ชัก หมดสติ หรืออาจมือสั่น เป็นอัมพาต และหลังจากอาการของโรคหายไป อาจจะหลงเหลือความผิดปกติของสมองอยู่บ้าง อย่างเช่น พูดไม่ชัด เกร็ง ชัก หรือสติไม่ค่อยปกติ

อันตราย จากยุง

การรักษาโรคไข้สมองอักเสบ

สำหรับผู้ป่วยโรคนี้ปัจจุบันนี้ยังไม่มีการรักษาเฉพาะ นอกจากการรักษาแบบประคัดประคอง และการรักษาตามอาการ อย่างเช่น ลดสมองบวม ให้น้ำเกลือ และในช่วงที่กินไม่ได้เอง และก็ต้องป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน อย่างเช่น การระวังเรื่องปัญหาการหายใจ การสำลักอาหาร และเสมหะเข้าปอด ซึ่งการพลิกตัวบ่อย ๆ เพื่อป้องกันแผลกดทับ รวมถึงการรักษาในช่วงพักฟื้น จะเป็นเรื่องของกายภาพบำบัด และต้องทำกิจกรรมบำบัด เพื่อช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพถทางกล้ามเนื้อ และการฝึกทักษะต่าง ๆ

 การป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ

การป้องกันของโรคก็ง่ายๆ เพียงแค่ระวังอย่าให้ยุงกัด ซึ่งไม่ว่าจะเป็นหลีกเลี่ยงแหล่งที่มียุงชุม อย่างเช่น อยู่กล้กับในป่าทึบ แหล่งน้ำนิ่ง ซึ่งทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงรอบบ้าน และต้องใช้ยาป้องกันยุงเมื่อจำเป็น และนอกจากนี้ถ้าหากว่ามีอาการเป็นไข้สูงหลังจากโดนยุงกัดประมาณ 1-2 สัปดาห์ และคุณก็ควรสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นโรคเหล่านี้ และรีบพบแพทย์โดยด่วนค่ะ