ลำดับเหตุการณ์ เขื่อนแตกที่ลาว

ลำดับเหตุการณ์ เขื่อนแตกที่ลาว

นับว่าข่าวนี้เป็นข่าวที่หลายคนคาดไม่ถึงเลยก็ว่าได้นะคะ สำหรับข่าว เขื่อนแตกที่ลาว ข่าวที่หลายคนเฝ้าจับตามอง และสำหรับภารกิจการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุเขื่อนแตกใน สปป.ลาว ขณะนี้ก็ยังคงดำเนินต่อไป มีคนจากหลายพื้นที่ในไทย เดินทางเข้าไปช่วยเหลือ และชาวไทยช่วยกันบริจาคสิ่งของ เพื่อช่วยเหลือจุนเจือ เพราะว่าชาวลาวที่ประสบกับเหตุการณ์นี้ไม่มีสิ่งของติดตัวเลยแม้แต่น้อย

เขื่อนแตกที่ลาว

และในขณะนี้บรรดาประเทศเพื่อนบ้างของลาวต่างรวบรวมเงินบริจาค สิ่งของบริจาคต่างๆ และชาวไทยของเราเองก็ได้ร่วมกันบริจาคสิ่งของให้กับพี่น้องชาวลาว แต่ก็ถือว่านี่เป็นเพียงแค่การช่วยเหลือเบื้องต้นเท่านั้น เพราะว่าสิ่งที่พี่น้องชาวลาวที่ประสบเหตุในครั้งนี้ยังขาดแคลนที่อยู่อาศัย และขาดแคลนอีกหลายอย่าง

หลังจากที่เราได้อ่านข่าว“เขื่อนแตก” ที่ สปป.ลาว แล้วเรามาสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกันว่า ความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์เขื่อนแตกนั้นเริ่มต้นจากตรงไหน และเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ เรามาตามดูการลำดับเหตุการณ์กันนะคะว่าเหตุการณ์นี้เริ่มต้นแต่เมื่อไหร่?

ลำดับเหตุการณ์ เขื่อนแตกที่ลาว

ลำดับเหตุการณ์

วันที่ 22 ก.ค.61

บริษัท SK Engineering & Construction ผู้รับเหมาประเทศเกาหลีใต้ที่มีหุ้นส่วนในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย เขื่อนขนาดกลางในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้ออกมาเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตรวจเขื่อนแล้วพบรอยร้าวบางส่วนบนตัวเขื่อนตั้งแต่เมื่อช่วง 21.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ค.61 จึงได้แจ้งเตือนไปยังชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้เตรียมพร้อมอพยพสิ่งของ รวมถึงจัดส่งทีมงานเข้าไปเร่งซ่อมแซมความเสียหายที่ตัวเขื่อน แต่ทว่ายังไม่สามารถซ่อมได้ เนื่องจากในช่วงนั้นมีฝนตกหนัก จึงทำให้ถนนหนทางในพื้นที่ได้รับความเสียหาย

วันที่ 23 ก.ค.61

เขื่อนแตก

ในช่วงเช้ามืดของวันจันทร์ ที่ 23 ก.ค.61 เจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจระบายน้ำจากเขื่อนเซน้ำน้อย ซึ่งเขื่อนแห่งนี้เป็นหนึ่งในสองเขื่อนหลัก เพื่อลดระดับน้ำในเขื่อนย่อย จนช่วงเที่ยงของวัน รัฐบาลจึงได้ประกาศอพยพชาวบ้านที่อาศัยอยู่ท้ายเขื่อน เนื่องจากเจ้าหน้าที่คาดว่าอาจจะมีความเสียหายเกิดขึ้นเพิ่มเติม ก่อนที่จะมีรายงานยืนยันเขื่อนแตกในช่วงเย็น และนั่นก็ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านอย่างน้อย 7 แห่งในพื้นที่ท้ายเขื่อน

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยร้าวบนตัวเขื่อน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เองก็ยังคาดว่าเกิดจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนั่นก็ทำให้ปริมาณน้ำมหาศาลไหลเข้าสู่เขื่อนย่อยของโครงการ สำหรับเขื่อนดังกล่าวนั้น ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง โดยดำเนินการไปแล้วกว่า 90% และคาดว่าจะแล้วเสร็จ จนสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในปีหน้า

วันที่ 24 ก.ค.61

สปป.ลาว

สำหรับเหตุการณ์เขื่อนแตกในครั้งนี้จุดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดอยู่ที่อำเภอสันทราย เพราะว่าระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดมีผู้สูญหายมากกว่า 100 คน ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ในขณะเดียวกันประชาชนชาวลาว ราวๆ 6,600 คน กลายเป็นคนไร้บ้าน เพราะว่าที่พักถูกน้ำพัดหายไปทั้งหลัง

เหตุเขื่อนแตกครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวานนี้ หลังจากเขื่อนดินย่อยส่วน D ซึ่งเป็น 1 ใน 5 เขื่อนย่อย ที่อยู่รอบๆ เขื่อนหลักเกิดรอยแตก เนื่องจากว่าในช่วงนั้นมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้น้ำไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านลิตร ได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนรวม 6 หมู่บ้านในเขตเมืองสนามไชยของแขวงอัตตะปือ อย่างรวดเร็ว จึงทำให้คนส่วนใหญ่เก็บของหนีไม่ทัน

วันที่ 25 ก.ค.61

สถานการณ์ “เขื่อนแตก”

สถานการณ์ “เขื่อนแตก” วันนี้ ทางการได้ประกาศภาวะภัยพิบัติจากวิกฤตเขื่อนแตกในครั้งนี้ ในขณะที่ทางการท้องถิ่นแขวงอัตตะปือ ได้เริ่มใช้เรือ และเฮลิคอปเตอร์ เข้าไปอพยพชาวบ้านที่ยังติดค้างอยู่ในพื้นที่ พร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานภาครัฐ ให้ช่วยจัดหาเสื้อผ้า อาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค ให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่

ทั้งนี้ การสร้างเขื่อนในประเทศ สปป.ลาว นับว่าเป็นโครงการระดับรัฐบาล ที่ต้องการสร้างเพื่อเป็นแหล่ง ”ผลิตกระแสไฟฟ้า” โดยจะจำหน่าย และส่งออกให้กับประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยมีเป้าหมายเป็น “หม้อไฟอาเซียน” หรือ “แบตเตอรี่แห่งอาเซียน”

ในขณะที่ กระทรวงการต่างประเทศ ออกมายืนยันยังไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบกับเหตุการณ์สันเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ในแขวงอัตตะปือ สปป.ลาว แตก ในขณะที่นายกรัฐมนตรีส่งสาสน์แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

วันที่ 26 ก.ค.61

เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก

สถานการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตกในแขวงอัตตะบือ ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และในขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้วอยู่ที่ 26 คน สูญหายอย่างน้อย 131 คน ในขณะที่นายกรัฐมนตรีลาวแถลงข่าวสรุปสถานการณ์ พร้อมทั้งยังขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยเหลือ

นอกจากนี้ สมเด็จพระสังฆราช ยังได้มีพระบัญชาโปรดให้คณะสงฆ์หนตะวันออกทุกจังหวัด รวบรวมกัปปิยภัณฑ์พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือประชาชนใน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวที่กำลังเผชิญกับเหตุภัยพิบัติครั้งใหม่ พร้อมให้ไวยาวัจกรนำส่งกัปปิยภัณฑ์เท่าราคา 1,000,000 บาท เช่นเดียวกันกับรัฐบาล และหน่วยงานต่างกำลังระดมความช่วยเหลือไปให้กับประชาชนที่กำลังประสบภัยพิบัติ

และในช่วงเช้าวันนี้ บริเวณด่านช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ก็ได้มีการตั้งศูนย์ช่วยเหลืออย่างเป็นทางการวันนี้ หลังจากที่เกิดเหตุเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตกในแขวงอัตตะบือ ของ สปป.ลาว ล่าสุด มีการรายงานยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้วอยู่ที่ 26 คน สูญหายอย่างน้อย 131 คน พร้อมประสานสปป.ลาว ในการรับสิ่งของบริจาค และเงินสด

วันที่ 27 ก.ค.61

แแเหตุการณ์เขื่อนแตก

กองกำลังทหารได้เดินทางเข้าค้นหาผู้รอดชีวิตในพื้นที่ห่างไกลทางตอนใต้ของลาว หลังจากเหตุการณ์เขื่อนแตก เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน คาดการณ์ว่า หลังน้ำลดตัวเลขผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้น เพราะว่าล่าสุดผู้ประสบภัยบางส่วน เริ่มกลับเข้าบ้านเรือน และทำความสะอาด หลังจากระดับน้ำท่วมค่อยๆ ลดลง ในขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด เพิ่มเป็น 27 คน

วันที่ 28 ก.ค.61

แขวงอัตต

แม้ว่าขณะนี้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่การเข้าพื้นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านก็ยังยาก เนื่องจากน้ำได้พัดดินโคลนเข้ามาในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ รวมกว่า 10 หมู่บ้าน และสิ่งที่ทำได้ขณะนี้คือ การรอเครื่องจักรหนักเป็นเครื่องทุ่นแรง การค้นหาผู้สูญหาย

นับว่าเหตุการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตกในแขวงอัตตะบือ ของ สปป.ลาว เป็นเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง และความสูญเสียที่เกิดขึ้นนี้ยังประเมินไม่ได้ อย่างไรก็ตามเราต้องของแสดงความเสียใจกับญาติผู้สูญเสียด้วยนะคะ และขอเป้นกำลังใจให้พี่น้องชาวลาวด้วยค่ะ