โคอาลา

โคอาลา ลักษณะนิสัยต่างและทิ่นกำเนิด

เรามารู้จัก โคอาลา ที่คนเรียกกันว่า หมีโคอาลาแต่ที่จริงแล้ว โคอาลา สัตว์ตัวขนปุกปุยน่ารัก นั้นไม่ใช่สายพันธ์เดียวกับหมีนะ โคอาลาเป็นสัตว์ที่น่ารักไม่ว่าใครก็คงอยากเลี้ยงแต่มันก็ไม่ควรนำมาเลี้ยงเพราะมีกฏหมายหลายอย่างที่คุ้มครองสัตว์ป่าจำพวกนี้อยู่

โคอาล่า นิสัย

ยิ่งประเทศของเรานี้ยิ่งไม่ได้เลยแต่เราสามารถเจอโคอาลาตามสวนสัตว์ใหญ่ ๆ ได้เลยเพราะมีให้รับชมทั่วไป เรามาเริ่มทำความรู้จักและความเข้าใจเกี่ยวกับเจ้าหมีที่ไม่ใช่หมีกันเถอะโคอาลา (koala) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีกระเป๋าอยู่ที่มีอยู่หน้าท้องของพวกมันโคอาลาจัดอยู่ในจำพวกพอสซัม (ไม่ใช่หมี)

ตัวเพศเมียจะมีกระเป๋าหน้าท้องสำหรับลูกตัวอ่อนของโคอาลาอาศัยอยู่ จากการที่มีลักษณะรูปร่างหน้าตาคล้ายสัตว์ในตระกูลหมีทำให้ส่วนใหญ่นิยมว่า “หมีโคอาลา” หรือ “หมีต้นไม้” โคอาลานั้นนับเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์มีชีวิตอีกจำพวกหนึ่ง เนื่องจากพบว่ามีหลักฐานเป็นฟอสซิลที่มีอายุอายุนานกว่า 20 ล้านปีมาแล้ว ในตอนใต้ออสเตรเลีย เป็นโคอาลาขนาดใหญ่มาก

ประวัติหมีโคอาล่า

รูปร่างและลักษณะการใช้ชีวิตของ โคอาลา สัตว์ตัวขนปุกปุยน่ารัก

โคอาลาที่พบเห็นในตอนใต้จะโคอาลาเมื่อโตเต็มวัยมากกว่าที่อื่นมาก โดยตัวผู้สูงประมาณ 29.8 นิ้ว หรือ 60-80 เซนติเมตร ในขณะที่ตัวเมียสูงมากที่สุดได้ถึงประมาณ 30 นิ้ว หรือ 69 เซนติเมตร โคอาลาที่อยู่ทางตอนใต้ ตัวผู้มีน้ำหนักเฉลี่ย 26 ปอนด์ หรือ 11.8 กิโลกรัม ในขณะน้ำหนักเฉลี่ยของตัวโคอาลาเมียอยู่ที่ 18 ปอนด์ หรือ 80 กิโลกรัม โคอาลาที่อยู่ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย ตัวผู้มีน้ำหนักเฉลี่ย 14.3 ปอนด์ หรือ 6.5 กิโลกรัม ในขณะน้ำหนักเฉลี่ยของตัวเมียที่พบเห็นล่าสุดอยู่ที่ 11.2 ปอนด์ หรือ 5.1 กิโลกรัม โคอาลาแรกเกิดที่พบเห็นมีน้ำหนักเพียง 0.5 กิโลกรัม

เท่านั้นโคอาลาที่อยู่ทางตอนใต้จะมีขนที่หนาและคล้ายขนแกะมาก บริเวณสันหลังของโคอาลาจะมีขนที่หนาและยาวมากกว่าบริเวณท้อง โคอาลาที่พบอยู่ในทางด้านตอนเหนือมีขนที่สั้นกว่ามาก โคอาลามีขนหนาที่สุดเมื่อเทียบกับสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องอื่น ๆ ขนมีสีเทาอาจถึงน้ำตาลปนเหลืองเลยก็ได้ และมีสีจะขาวขึ้นบริเวณคาง หน้าอก และด้านหน้าของแขน–ขา เป็นต้น

บริเวณหูมีลักษณะเป็นปุย และมีขนสีขาวที่ยาวมากกว่าบริเวณอื่น ศัตรูที่สำคัญที่สุดของโคอาลา คือ ส่วนมากจะเป็นมนุษย์อย่างเรา ๆ ที่ชอบล่าเพื่อเอาขน เนื่องจากโคอาลาจะไม่ค่อยมีศัตรูตามธรรมชาติ จนกระทั่งโคอาลาเกือบถึงขั้นสูญพันธุ์ในปี ค.ศ. 1963 จึงมีการออกกฎหมายเพื่อปกป้องการสูญพันธ์และห้ามล่าโคอาลาขึ้นมาฤดูการสืบพันธุ์ของโคอาลาอยู่ในช่วงฤดูฝน (ราวเดือนมีนาคม–กันยายน)

โดยตามปกติโคอาลาโดยเฉพาะตัวเพศผู้จะเป็นสัตว์ที่ก้าวร้าวมีความดุร้าย จึงมักชอบอยู่อย่างสันโดษ ตัวผู้และตัวเมียจะอยู่ด้วยกันก็ต่อเนื่องในฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น ในช่วงตัวเมียตัวเมียเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่อถึงอายุ 3 ถึง 4 ปี และตามธรรมชาติของโคอาลามักมีลูกปีละตัว แต่ทั้งนี้อาจมีลูกปีเว้นปี หรือ ปีเว้น 2 ปี ก็ได้ ขึ้นกับอายุของตัวเมียและสภาพแวดล้อมและความสมบูรณ์ของตัวเมียอายุขัยเฉลี่ยของโคอาลาตัวเมียประมาณ 12 ปี ทำให้มีลูกได้อย่างมาก 5–6 ตัว

ตลอดอายุขัยของโคอาลามันจะใช้เวลาตั้งท้องประมาณ 34–36 วัน ส่วนลูกโคอาลาที่เกิดใหม่ มีความยาวเพียง 2 เซนติเมตร และมีน้ำหนักไม่ถึง 1 กรัม ผิวหนังออกจะเป็นสีสีชมพู ไร้ขนและยังไม่ลืมตา และยังไม่มีหู ลูกโคอาลาจะอาศัยอยู่ในกระเป๋าหน้าท้องของแม่ และกินนมแม่อยู่นานถึงประมาณ 7–8 เดือน หลังจากอายุได้ 6–7 สัปดาห์ ลูกโคอาลามีความยาวของหัวได้สูงสุดได้ถึงประมาณ 26 มิลลิเมตร

หมีโคล่า ภาษาอังกฤษ

และเมื่อเริ่มสัปดาห์ที่ 13 จะมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นเป็น 45-50 กรัม และมีความยาวของหัวเพิ่มขึ้นเป็น 50 มิลลิเมตร เมื่ออายุได้ 22 สัปดาห์ ตาของลูกโคอาลาจะมีการเริ่มเปิด และโคอาลาตัวอ่อนจะเริ่มโผล่หัวออกมาจากกระเป๋าหน้าท้องของแม่ พออายุได้ 24 สัปดาห์ จะมีขนเต็มตัว และฟันซีกแรกเริ่มงอก สัปดาห์ที่ 30 ลูกโคอาลาจะมีน้ำหนักประมาณ 0.5 กิโลกรัม และมีขนาดของหัวยาว 70 มิลลิเมตร

ตอนนี้มันเริ่มใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ข้างนอกกระเป๋าหน้าท้องของแม่สัปดาห์ที่ 36 ลูกโคอาลามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 1 กิโลกรัม และไม่เข้าไปอยู่ในกระเป๋าหน้าท้องแม่อีกแล้ว ส่วนมากตัวอ่อนของโคอาลามันมักจะเกาะอยู่ที่หลังของแม่ แต่ในช่วงฤดูที่อากาศหนาว หรืออากาศชื้นเกินไป ลูกโคอาลาก็จะกลับเข้าไปอยู่ในกระเป๋าหน้าท้องของแม่อีก สัปดาห์ที่ 37

ลูกโคอาลาจะเริ่มออกห่างจากแม่ของมันเพื่อเดินเที่ยวเล่น แต่ยังอยู่ในระยะใกล้ไม่ออกห่างไปเท่าไหร่ สัปดาห์ที่ 44 ลูกโคอาลาจะกล้าเดินออกห่างมาไกลมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไปไกลไม่เกินเกินระยะทาง 1 เมตร ที่ห่างจากแม่ สัปดาห์ที่ 48 ลูกโคอาลายิ่งมีความที่อยากจะไปผจญภัย หรืออยากรู้อยากเห็นยิ่งขึ้นและอีกอย่างคือไม่ส่งเสียงร้องอีกแล้วเมื่อที่แม่ของมันเริ่มเดินห่างออกไป

ลูกโคอาลามันจะอยู่กับแม่ของมันถึงอายุประมาณ 1 ปี ซึ่งช่วงนี้มันจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีก 2 กิโลกรัมกว่าเล็กน้อยในระยะแรก ๆ ของลูกโคอาลาจะกินมูลของแม่ด้วย เพื่อให้ร่างกายของมันได้สะสมแบคทีเรียจำพวกเพปไทด์ซึ่งมีฤทธิ์เป็นปฏิกิริยาในการย่อยใบยูคาลิปตัส ซึ่งจะเป็นประโยชน์เมื่อโตขึ้น

ถิ่นที่อยู่อาศัยและอาหารของโคอาลา

โคอาล่า วันพีช

โคอาลาส่วนมากจะอาศัยอยู่ในป่าที่มีต้นยูคาลิปตัส ปัจจุบันจะพบโคอาลาได้ที่ รัฐควีนส์แลนด์, รัฐนิวเซาท์เวลส์, รัฐวิกตอเรีย และ รัฐเซาท์ออสเตรเลียโคอาลากินใบยูคาลิปตัสเป็นอาหารและเพื่อดำลงชีวิต ฟันและระบบการย่อยอาหารของโคอาลาถูกพัฒนามาให้สามารถกินและย่อยใบยูคาลิปตัสได้ ใบยูคาลิปตัสมีสารอาหารน้อยมาก และยังมีสารที่มีพิษต่อสัตว์

แต่ระบบย่อยอาหารของโคอาลามีการปรับตัวสม่ำเสมอและ ทำให้สามารถทำลายสารพิษนั้นได้ โคอาลามีอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการย่อยไฟเบอร์ (ส่วนประกอบหลักของใบยูคาลิปตัส) มีความยาวมากถึง 200 เซนติเมตร ที่บริเวณอวัยวะนี้ จะมีแบคทีเรียที่ช่วยในการย่อยไฟเบอร์ให้ได้ดีมากกลายเป็นสารอาหารที่ดูดซึมได้ อย่างไรก็ตาม

โคอาลามีการดูดซึมสารที่ได้จากการย่อยไฟเบอร์ที่ได้จากใบยูคาลิปตัสไปใช้เพียงแค่ร้อยละ 25 ของที่มันกินไปเท่านั้นส่วนน้ำในใบยูคาลิปตัสส่วนใหญ่ถูกดูดซึมออกไป ทำให้โคอาลาไม่ค่อยจะลงจากต้นไม้เผื่อมาหาน้ำกินจากแหล่งน้ำ ส่วน ใหญ่โคอาลากินใบยูคาลิปต่อตัวตัวประมาณวันละ 3,000 ถึง 5,000 กรัม โดยปกติมันจะนอนถึง 16–24 ชั่วโมงต่อวัน

เพื่อโคอาลาจะรักษาพลังงานไว้ ทำให้โคอาลาวิวัฒนาการตัวเองของโคอาลาให้มีสมองขนาดเล็กเท่ากับมะเขือเทศหนึ่งผลเท่านั้นแต่อย่างไรก็ตาม ใบของยูคาลิปตัสมีความเหนียวมาก ทำให้โคอาลาต้องใช้ฟันบดเคี้ยวในแต่ละครั้งอยู่ใช้เวลานานมากกว่าจะกลืนลงไป โดยอาจจะเคี้ยวมากถึง 15,000-16,000 ครั้งต่อวัน ทำให้โคอาลาตัวที่มีอายุมาก ฟันจะสึกหมดปากเหมือนคนแก่เลยทีเดียว