Honor

Honor 10 เปิดประสบกาณ์สัมผัสใหม่ของมือถือระดับท็อป จัดหนักกล้องคู่ AI

พรีวิว โทรศัพท์มือถือ Honor 10 ให้คุณได้สัมผัสกับมือถือระดับท็อปของ ออนเนอร์ 10 ที่มาพร้อมกับการจัดเต็มด้วยกล้องคู่พลัง AI ผสานชิปเซ็ตตัวแรง Kirin 970 อยู่บนบอดี้กระจกไล่เฉดสีเงางาม ก่อนเปิดตัวในไทย 23 พ.ค. 2561 ที่กำลังจะถึงนี้

หลังจากที่แบรนด์ลูกของโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่ หัวเหว่ย อย่าง Honor ได้ทำการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือระดับเรือธงรุ่นล่าสุดภายใต้ชื่อ ออนเนอร์ 10 ในประเทศจีนไปในช่วงเดือนเมษายน 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งมาพร้อมกับจุดเด่นในเรื่องของด้านดีไซน์หน้าจอแบบ FullView พร้อมกับกล้องดิจิทัลแบบคู่ที่มีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับช่วยตั้งค่าการถ่ายภาพให้แบบอัตโนมัติ รวมไปถึงตัวเครื่องที่มีความเงางามเล่นกับแสง ซึ่งเปิดราคาวางจำหน่ายในประเทศจีนเริ่มต้นเอาไว้ที่ราคาประมาณ 12,900 บาท

Honor 10

และล่าสุดก็มีข่าวดีออกมาว่า ทาง ออนเนอร์ นั้นได้เตรียมพร้อมนำมือถือรุ่นดังกล่าวเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยในระยะเวลาเร็วๆ นี้ด้วย พร้อมกับจะมีการจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 ที่กำลังจะถึงนี้ แต่ทว่าก่อนที่จะถึงงานเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ ในวันนี้ทางทีมงานก็จะขอพาทุกท่านไปรับชมพรีวิว Honor 10 เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนวางขายจริงกันซักเล็กน้อย ซึ่งถือว่าตัวเครื่องจริงจะเป็นอย่างไรนั้น ไปติดตามรับชมได้พร้อมกันเลยครับ

รายละเอียดสเปกเครื่องของ Honor 10

Honor View 10 ได้มาพร้อมกับหน้าจอแบบ FullView Display 2.0 ที่มีขนาดพอดีมือที่ 5.84 นิ้ว บนความละเอียดคมชัดระดับ Full HD+

ที่ด้านบนของบริเวณหน้าจอก็ได้มีการเว้นพื้นที่หน้าจอแสดงผลตรงกลาง หรือ Notch เอาไว้ สำหรับติดตั้งเซ็นเซอร์สำคัญต่างๆ, ลำโพงสนทนา และกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่ แต่ทว่าหากใครที่ไม่ชอบ Notch ก็สามารถเลือกที่จะปิดได้ผ่านเมนูการตั้งค่าในตัวเครื่อง ซึ่งเป็นตัวระบบจะทำการเปลี่ยนแถบด้านบนเป็นสีดำให้กลมกลืนไปกับ Notch แทนได้

Honor 10

สำหรับเรื่องของกล้องหน้าของ ออนเนอร์ 10 นั้นก็ได้มีการจัดวางความละเอียดมาให้สูงถึง 24 ล้านพิกเซล ซึ่งมาพร้อมกับลูกเล่นที่น่าสนใจมากอย่างการถ่ายภาพเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอ รวมไปถึงฟีเจอร์สำหรับจัดแสงให้แก่ผู้ถ่ายเหมือนกับการจัดไฟในสตูดิโออีกคุณได้ลองเล่นกันอีกด้วย นอกจากนี้ Honor 10 ยังได้มีการรองรับการปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock) แบบ 360 องศา ที่สามารถปลดล็อกได้ในสภาวะแสงน้อย สร้างความสะดวกสบายให้ผู้เล่นอยู่ไม่น้อย

ที่ด้านล่างของหน้าจอ ได้มีการออกแบบมาพร้อมกับปุ่มควบคุมแบบสัมผัสบนหน้าจอ (On-Screen Navigation) ถัดลงไปก็จะมามีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ถูกฝังเอาไว้ใต้กระจกแบบ Ultrasonic ซึ่งแน่นอนว่ามีจุดเด่นด้านความรวดเร็วในการสแกน และยังสามารถปลดล็อกได้แม้ว่านิ้วมือจะเปียกน้ำ

ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องก็มีถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot

ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง ก็ได้มีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อกหน้าจอ ติดตั้งเอาไว้

ที่ด้านบนของตัวเครื่อง ก็ได้มาพร้อมกับไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน และเซ็นเซอร์อินฟราเรด สำหรับใช้งานเป็นรีโมทควบคุมการทำงานได้อย่างดียิ่งขึ้น

ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง มาพร้อมกับช่องเสียบหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร พร้อมกับพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และลำโพง

สำหรับบอดี้ของ ออนเนอร์ 10 นั้นก็ได้มีการผลิตมาจากวัสดุประเภทกระจกแบบ 3D Glass ที่มีการเคลือบผิวสัมผัสด้วยกระจกทั้งหมด 15 ชั้น จนทำให้ตัวเครื่องมีความเงางามเล่นกับแสง ซึ่งภายในสี น้ำเงินล้วน และ สีเขียวล้วน นั้นตัวเครื่องจะมีการไล่เฉดสีเพื่อเสริมความโดดเด่นคล้ายกับสี Twilight ของ หัวเหว่ย P20 Pro อีกด้วย

ที่ด้านบนมาพร้อมกับระบบกล้องคู่แบบ AI Camera โดยได้มีการแบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ที่เลือกใช้เซ็นเซอร์รับภาพขาว-ดำ (Monochome) และกล้องตัวรองความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่เลือกใช้เซ็นเซอร์รับภาพสี (RGB) สำหรับความพิเศษของกล้องคู่บน ออนเนอร์ 10 นั้นก็คือการมาพร้อมกับเทคโนโลยี AI 2.0 Camera ซึ่งถือได้ว่าเป็นการนำเอาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยวิเคราะห์สภาพแวดล้อม และวัตถุที่อยู่ตรงหน้า เพื่อปรับแต่งการตั้งค่าของกล้องให้เหมาะสมแบบอัตโนมัติ และจุดที่น่าสนใจคือ AI ของ Honor 10 สามารถแยกแยะ Object ที่ปรากฏอยู่บนภาพ เพื่อนำไปปรับแต่งให้มีความสวยงามได้ด้วย อย่างเช่นในบางสถานการณ์ ที่ภายในเฟรมมี Object ต่างกันทั้งท้องฟ้า, แม่น้ำ, ต้นไม้ และตัวแบบ แต่ตัว AI ก็ยังสามารถแยกแยะวัตถุ และซีนต่างๆ บนภาพได้

Honor 10

นอกจากนี้ ในเรื่องของกล้องหลังของ Honor 10 ยังรองรับการถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ, พร้อมกับรองรับการจัดแสงให้แก่ตัวแบบ (3D Portrait Lighting) รวมไปถึงโหมดการถ่ายวิดีโอแบบ Slow Motion ที่เป็นการปรับภาพที่กำลังเคลื่อนไหวให้ดูช้าลง เพื่อที่จะให้เห็นเหตุการณ์ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

สำหรับประสิทธิภาพการทำงาน ที่มาพร้อมกับชิปเซ็ตประมวลผลตัวแรงอย่าง HiSilicon Kirin 970 ซึ่งถือได้ว่ามีจุดเด่นด้านการมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลแยกแบบ NPU ช่วยในเรื่องของประมวลผลงานด้านปัญญาประดิษฐ์โดยเฉพาะ โดยทั้งหมดจะทำงานคู่กับหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB และหน่วยความจำภายใน (ROM) ความจุ 128GB พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 3400mAh ที่จะทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo ครอบทับด้วย EMUI 8.1 ตั้งแต่แกะกล่องเลยทีเดียว