อาการไข้หวัดใหญ่

เช็ค อาการไข้หวัดใหญ่ กับไข้หวัดธรรมดาต่างกันอย่างไร?

อาการไข้หวัดใหญ่ วันนี้เราจะคุณมาทำความรู้จัก หรือทำความเข้าอาการไข้หวัดใหญ่ และอาการไข้หวัดธรรมดา เมื่อเกิดขึ้นกับตัวของเรา เราจะได้รักษาหรือดูแลทัน และป้องกันได้อย่างถูกต้อง ไปทำความรู้จักกันเลยดีกว่า

อาการไข้หวัดใหญ่

เช็คอาการไข้

มาทำความรู้จัก หรือเข้าใจอาการไข้หวัดใหญ่ เป็นหวัด คัดจมูก ปวดหัว มีไข้ หากเริ่มไม่แน่ใจ หรือคิดว่าเป็นไข้ทั่วไป เราแนะนำให้คุณไปเช็คอาการที่โรงพยาบาลเพื่อความชัดเจน หากเกิดโรคร้ายที่ไม่ใช่ อาการไข้หวัดใหญ่จะได้รักษาถูกทาง ซึ่งไข้หวัด เป็นอาการป่วยที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย อีกทั้งยังสามารถเป็นได้ทั้งปีก็ว่าได้ ใครที่มีอาการไม่ค่อยดี สุขภาพไม่แข็งแรง ยิ่งเสี่ยงเกิดโรคอยู่ไม่น้อย รวมถึงสมัยนี้ยังพบผู้ป่วยจากโรคไข้หวัดใหญ่จำนวนมาก

โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ฤดูหนาว เพราะเป็นโรคที่สามารถติดต่อกันได้แบบง่าย ไม่ว่าจะติดต่อทางลมหายใจ การจาม การไอ หรือสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสติดอยู่ อาการไข้หวัดใหญ่นี้ยังมีอาการที่รุนแรงอยู่ไม่น้อย หากไม่รีบรักษาจะทำให้เกิดการเสียชีวิตได้อย่างกะทันหันทีเดียว ดังนั้นถ้าใครกำลังสงสัยว่าอาการหวัด หรือมีอาการที่ไม่ปกติ เราก็มีข้อมูลของทั้งสองโรคนี้มาให้แยกแยะเพื่อจะได้รักษาได้ทันท่วงที

ไข้หวัดธรรมดา

เช็คอาการไข้หวัดธรรมดา

ไข้หวัดธรรมดา (Common cold) สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัส จากทางเดินหายใจ และไวรัสดังกล่าวยังก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ มากมายหลายชนิด เช่น โคโรนาไวรัส (Coronaviruses) และ กลุ่มไรโนไวรัส (Rhinoviruses) เป็นโรคที่พบบ่อยมากในช่วงหน้าหนาว หากได้รับเชื่อติดต่อกันนาน ๆ จากการสัมผัสเชื่อโรค การจาม การไอ ยิ่งเสี่ยงต่อการเป็นหวัดบ่อยมากใน 1 ปี หากรู้หรือมีอาการสิ่งแรกต้องรีบไปหาหมอ จะได้รักษาดูแลทัน

อาการไข้หวัดธรรมดา

ไข้หวัดธรรมดา

เมื่อเชื้อเข้าสู่จมูก และคอ จะทำให้มีอาการคัดจมูก มีน้ำมูก เจ็บคอ จาม มีอาการไอตามมาติด ๆ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเหนื่อยอ่อนเพลีย มีอาการร่วมคือ ปวดศีรษะ มีไข้ หรือมีไข้แต่ไม่สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส ซึ่งอาการทั่วไปมักไม่รุนแรง เมื่อไปหาหมอ ก็จะให้ยาลดไข้ ลดน้ำมูก เมื่อพักผ่อนเพียงพอ และดื่มน้ำมาก ๆ ก็จะช่วยให้ร่างกายของเราแข็งแรง และกินยาตามเวลาให้ครบ อาการจะเริ่มหายดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์นั่นเอง

สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส Influenza ซึ่งเป็นไวรัสกลุ่มเดียวกับไข้หวัดนก มักพบผู้ป่วยในหน้าหนาว
ทั้งนี้ไข้หวัดใหญ่มีอยู่ด้วยกันหลายสายพันธุ์ อาทิ

– ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (Influenza A) ถือเป็นสายพันธุ์ที่รุนแรงที่สุด และยังแพร่ระบารดไปทั่ว โดยเฉพาะเชื้อไวรัสสายพันธุ์เอยิ่งแบ่งออกเป็นหลายชนิด และจะแบ่งตามชนิดโปรตีนของไวรัสคือ H (Hemagglutinin) และ N (Neuraminidase) และชนิดย่อยของไข้หวัดสายพันธุ์ A ที่เคยแพร่ระบาดหนักในไข้หวัดนก ไข้หวัดสุกร และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1

– ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B (Influenza B) เป็นสายพันธุ์ที่ระบาดเฉพาะในภูมิภาค หรือเขตที่มีเชื่อนั้น ๆ อยู่ในพื้นที่ ส่วนมากจะแพร่เชื้อช่วงฤดูหนาว และฤดูฝน เนื่องจากเชื้อไวรัสชนิดนี้มีความเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว แต่จะมีอาการรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์เอ แต่รุนแรงกว่าไข้หวัดใหญ่ทั่วไปเหมือนกัน ดังนั้นเราควรป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน

อาการไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่จะมีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดามาก หากไม่รักษาจะทำให้เสียชีวิตได้ หากเป็นไข้หวัดธรรมดาจะมีอาการป่วยในระดับค่อยเป็นค่อยไป ถ้าหากเป็นไข้หวัดใหญ่จะมีอาการรุนแรงแบบกะทันหันใน 1 วัน จะรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ สั่น ๆ ร่วมด้วย มีน้ำมูก เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาก ช่วงบริเวณหลังต้นแขน ต้นขา บริเวณศรีษะจะอ่อนล้า รู้สึกเบื่ออาหาร หากเกิดกับเด็ก ๆ อาจอาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วย

จุดแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างโรคไข้หวัดใหญ่ กับโรคไข้หวัดธรรมดา อาการที่บ่งบอกได้ชัดคือ ไข้หวัดใหญ่จะมีไข้สูง มีอาการปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งผู้ที่เป็นไข้หวัดธรรมดา จะไม่มีอาการแบบนี้ ขณะเดียวกันผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่มักมีอาการเจ็บคอ จาม คัดจมุก ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยมากสำหรับผู้ป่วยไข้หวัดธรรมดานั่นเอง

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อป่วยเป็นไข้หวัด

ดูแลตัวเองเมื่อป่วย

เพื่อไม่ให้อาการทรุดลงหรือแพร่เชื้อไปยังคนอื่น ๆ ผู้ป่วยไข้หวัดควรปฏิบัติตน ดังนี้

– กินยาอย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์สั่ง ให้หมด กินให้ตรงเวลา

– นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ในห้องที่อากาศถ่ายเทดีสะดวก ไม่อับชื่น

– สวมเสื้อผ้าหนา ๆ เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น รู้สึกอบอุ่นอยู่เสมอ

– ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ โดยเฉพาะน้ำอุ่น จะได้มีร่างกายที่แข็งแรง

– ควรรับประทานอาหารอ่อน ๆ อาหารรสจืด ไม่ควรทานร่วมกับคนอื่น

– หมั่นเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น เพื่อลดไข้

– สวมผ้าปิดปาก ปิดจมูกเพื่อไม่ให้เชื่อโรคแพร่กระจายไปทั่ว

– หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดคนป่วย ที่มีอาการติดเชื้อ หรือภูมิคุ้มกันต่ำ

– เมื่อรู้ว่ามีอาการต้องรีบไปพบแพทย์ด่วนเลย จะได้ทำการรักษาทัน

เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ สิ่งที่เราควรคำนึงถึงคือความสะอาด ด้วยการรักษาสุขอนามัยให้ดี ขยันล้างมือบ่อย ๆ เมื่อเข้าห้องน้ำ ก่อนทานอาหาร หลังกินอาหาร แม้กระทั่งหลังจาม หลังไข้ สั่งน้ำมูก ก็ควรล้างมือให้สะอาด ทำให้ติดเป็นนิสัย จะได้ห่างไกลจากโรคร้ายต่าง ๆ ที่แฝงมาในการใช้ชีวิตประจำวันของเรา