ตาปลา หูด

ตาปลา รักษายังไง?

ตาปลา นับว่าเป็นอีกหนึ่งในโรคผิวหนังที่แม้จะไม่มีความอันตราย แต่ก็สร้างความรำคาญใจ และความเจ็บปวดได้ไม่น้อยเลยนะคะ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณสวมใส่รองเท้าคุณจะรู้เลยนะคะว่าตาปลานั้นสามารถสร้างความรำคาญใจได้เป็นอย่างดี แต่วันนี้คุณไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะว่าตาปลาจัดการได้

ตาปลา เกิดจากอะไร

ตาปลา

ตาปลา หรือที่มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Corn เป็นก้อนของหนังขี้ไคลที่เกิดจากการเสียดสีของผิวหนังที่เรื้อรังเป็นเวลานาน โดยส่วนใหญ่ตาปลามักจะเกิดขึ้นบริเวณเท้า เพราะว่าเท้าถือว่าเป็นส่วนที่แบกรับน้ำหนักตัวอยู่ตลอดเวลา

สาเหตุของการเกิดตาปลานั้นเกิดจากการเสียดสีกันระหว่างเท้า และรองเท้า และที่บริเวณนิ้วเท้าที่กระดูกนิ้วเท้าเสียดสีกัน หรือว่าทางด้านบนหลังเท้าที่เกิดจากการสวมรองเท้าหัวแบนเป็นประจำ โดยตาปลาที่เกิดนี้แม้ว่าจะสามารถทำให้เกิดการเจ็บปวดได้ แต่ก็ไม่ได้มีการติดเชื่อ และยังมีส่วนทำให้เท้าเกิดการอักเสบรุนแรงแต่อย่างใด

นอกจากนี้อาการเจ็บปวดที่เกิดจากตาปลานั้น เกิดจากการที่ก้อนหนังขี้ไคลที่แข็งตัวถูกกดเข้าไปลึกในผิวหนัง หรือถ้าเป็นมากก็อาจจะไปกดทับกระดูกและเส้นประสาทได้ทำให้รู้สึกเจ็บได้ วิธีรักษาตาปลาก็มีหลากหลายวิธีด้วยกันและวันนี้เรามีวิธีรักษาตาปลาด้วยตัวเองมานำเสนอ

  1. น้ำส้มสายชูกลั่นขาว

พลาสเตอร์รักษาตาปลา

เรามาเริ่มกันที่น้ำส้มสายชู น้ำส้มสายชูกลั่นขาวถือว่าเป็นของใกล้ตัวที่สามารถรักษาตาปลาได้ดีที่สุด เพราะกรดที่เข้มข้นในน้ำส้มสายชู มีส่วนช่วยให้ผิวที่แห้งแข็งนิ่มลงได้ อีกทั้งยังลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้อีกด้วย โดยการน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำ 3 ส่วน จากนั้นก็นำสำลีชุบน้ำส้มสายชูเจือจางทาลงบนตาปลา ปิดทับด้วยผ้าพันแผลทิ้งไว้ข้ามคืน หลังจากนั้นนำผ้าพันแผลออก แล้วขัดด้วยหินขัดเท้าเบา ๆ บำรุงด้วยน้ำมันมะกอก หรือว่าน้ำมันมะพร้าว ทำซ้ำได้จนกว่าตาปลาจะหลุดออก แต่คุณควรระวังไม่ให้น้ำส้มสายชูที่ใช้เข้มข้นจนเกินไป

  1. มะนาว หรือเลมอน

คลินิก รักษาตาปลา

น้ำมะนาว หรือน้ำเลมอน จัดว่าเป็นวิธีที่หาซื้อได้ง่ายที่สุดแถมราคาถูก สามารถรักษาตาปลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะกรดจากน้ำมะนาว และน้ำเลมอนนั้นสามารถช่วยให้ตาปลาที่แข็งนิ่มลงได้ และยังช่วยให้ตาปลาหลุดออกมาได้เร็วขึ้น โดยเริ่มต้นจากการใช้สำลีชุบลงในน้ำมะนาวหรือน้ำเลมอนแล้วเช็ดบริเวณที่เป็นตาปลา จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง คุณควรทำซ้ำทุกวันจะช่วยให้ได้ผลเร็วขึ้น หรือจะใช้บริเวอร์ยีสต์ (Brewer’s Yeast) ซึ่งถือว่าเป็นอาหารเสริมผสมกับน้ำมะนาวเล็กน้อยลงเป็นเนื้อครีม พอกที่บริเวณตาปลา ปิดทับด้วยพลาสเตอร์แล้ว ทิ้งไว้ 1 คืน จะช่วยให้ตาปลานิ่มลงได้เช่นกัน

  1. กระเทียม

ตาปลา ภาษาอังกฤษ

กระเทียม เป็นเครื่องเทศที่มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และยังมีส่วนช่วยในการป้องกันเชื้อแบคทีเรียรวมทั้งฆ่าเชื้อ นอกจากนี้ยังป้องกันการติดเชื้อ จึงสามารถช่วยรักษาโรคตาปลาให้หายได้ โดยการนำกระเทียมมาผ่าครึ่งแล้วถูบริเวณที่เป็นตาปลา จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งแล้วปิดพลาสเตอร์ทับทิ้งไว้ 1 คืน ตอนเช้าแกะออกแล้วล้างด้วยน้ำอุ่น หรือว่าคุณจะใช้กระเทียมสับมาพอกแล้วปิดทับด้วยพลาสเตอร์ 3 วันก็จะช่วยให้ตาปลาหลุดออกมาได้

  1. มะละกอดิบ

ยาทาตาปลา ราคา

มะละกอดิบ ก็เป็นวิธีที่ช่วยรักษาตาปลาได้ง่ายแถมได้ผลมากที่สุด เนื่องจากว่าเอ็นไซม์บางชนิดในมะละกอกดิบสามารถช่วยขจัดผิวหนังที่ตายแล้ว แถมยังมีส่วนช่วยรักษาอาการเจ็บบริเวณตาปลา และยังทำให้ตาปลาแห้งลง และหลุดไปเองได้อย่างง่ายได้ ซึ่งวิธีการใช้ก็ไม่ยาก เพียงนำมะละกอดิบมาคั้นเอาแต่น้ำ แล้วก็นำสำลีชุบน้ำมะละกอดิบแปะลงบนแผลจากนั้นปิดด้วยเทปพันแผลทิ้งไว้ 1 คืนแล้วทำความสะอาด ทำซ้ำทุกวันจนกว่าจะเห็นผล

  1. สัปปะรด

ผ่าตาปลาที่เท้า

เปลือกสัปปะรดที่ดูเหมือนว่าจะไร้ประโยชน์ก็สามารถรักษาตาปลาได้ โดยการนำเปลือกสัปปะรดที่เราไม่ใช้แล้วมาหั่นเป็นขนาดพอดีกับตาปลาแล้วแปะลงตาปลาจากนั้นปิดทับด้วยพลาสเตอร์ทิ้งเอาไว้ 1 คืน จากนั้นแกะออกล้างให้สะอาด และควรทาบริเวณตาปลาด้วยน้ำมันมะพร้าว ทำแบบนี้ติดต่อกันเป็นประจำจนกว่าจะหาย

และนอกจากการทำตามคำแนะนำในข้างต้นแล้วก็ยังมีอีกหนึ่งวิธีในการรักษาตาปลานั่นก็คือการแช่เท้าข้างที่เป็นตาปลาลงในน้ำอุ่นสักพัก แล้วก็ใช้หินขัดส่วนที่เป็นตุ่มเนื้อแข็งๆ ออก หรือว่าจะใช้ของมีคม เช่น มีดขูดออกก็ได้ แต่คุณต้องใช้อย่างระมัดระวัง หากขูดถูกส่วนตาปลาจะหลุดออกมา และหลังจากส่วนหนังแข็งๆ หลุดออกมาแล้ว เรานำให้ใช้ยารักษาอาการตาปลาที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปพอกทาบริเวณนั้น อาการก็จะค่อยๆ หายไป

ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าหากลองทำวิธีการทั้งหมดแล้วไม่หายหรือไม่ดีขึ้น หรือว่ามีอาการบวมแดงมีน้ำหนอง ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุดเพราะนั่น คืออาการติดเชื้อ จำเป็นต้องได้การรักษาโดยยาปฏิชีวนะ

การป้องกันตาปลา

เจลรักษาตาปลา

สำหรับการป้องกันตาปลานั้นก็มีวิธีอยู่นะคะ นั่นก็คือเลือกสวมใส่รองเท้าที่มีความพอดี ไม่คับแน่น หรือว่ามีรูปการรองรับเท้าที่แปลกผิดสรีระ เช่น รองเท้าที่มีส้นสูงมากเกินไป เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เท่านั้นรับน้ำหนักของร่างกายมากเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดตาปลานั่นเองค่ะ