ลูกเป็น หวัดเรื้อรัง

หวัดเรื้อรัง อันตรายที่แฝงมากับไข้หวัด!!

ใครจะรู้จริงไหมละคะว่า การที่เราป่วยไข้หวัด  หวัดเรื้อรัง หรือ โรคหวัด (Common cold, Upper respiratory tract infection – URI) นั้นจะมีส่วนทำให้เราป่วยเป็นโรคที่ร้ายแรงกว่าที่คิด เพราะว่าทุกวันนี้การป่วยไข้หวัดนั้นอันตรายกว่าที่คิดมากเลยนะคะ ส่วนความร้ายแรงที่เกิดจากการป่วยไข้หวัดนั้นจะเป็นอย่างไร เราตามไปดูกันเลย

สาเหตุของไข้ หวัดเรื้อรัง

หวัดเรื้อรัง หูอื้อ

ไข้หวัด นั้นมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดไข้หวัดมีหลากหลายชนิด แต่ทว่าที่พบได้บ่อยที่สุดคือเชื้อไรโนไวรัส (Rhinoviruses) ซึ่งเชื้อไวรัสชนิดนี้จะกระตุ้นให้อาการของผู้ป่วยหอบหืดกำเริบได้ และเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อที่หูได้

ทั้งนี้ เชื้อไวรัสไรโนไวรัสเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านทางปาก ตา จมูก อีกทั้งยังสามารถแพร่กระจายในอากาศได้ ติดต่อกันได้ในกรณีที่มีการสัมผัสกับผู้ป่วยไข้หวัด หรือใช้ของใช้ต่าง ๆ  ร่วมกับผู้ป่วย และไม่ล้างมือก่อนนำมือไปจับที่บริเวณตา ปาก และจมูก ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการติดเชื้อได้ นอกจากนี้ ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้ มักเป็นไข้หวัดได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ได้แก่

อายุ : เด็กที่อายุน้อยกว่า 6 ปี เด็กวัยนี้มีความเสี่ยงป่วยด้วยไข้หวัดสูง โดยเฉพาะเด็กที่ต้องอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือเนอสเซอรี่

ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ : ผู้ป่วยที่มีอาการป่วยเรื้อรัง หรือว่ามีภาวะสุขภาพที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอมีแนวโน้มที่จะป่วยด้วยไข้หวัดได้ง่ายกว่าปกติ

ช่วงเวลา : โดยส่วนใหญ่แล้วไม่ว่าจะเด็ก หรือว่าผู้ใหญ่มักจะเป็นไข้หวัดได้ง่ายในช่วงฤดูฝน และหรือฤดูหนาว

สูบบุหรี่ : ผู้ที่สูบบุหรี่มีแนวโน้มจะป่วยด้วยไข้หวัดได้ง่าย และถ้าหากเป็นก็จะอาการรุนแรงกว่าปกติอีกด้วย

การอยู่ในที่ที่ผู้คนพลุกพล่าน สถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน อาจจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโรคไข้หวัดได้ง่าย

ไข้หวัด ติดต่อทางไหนได้บ้าง?

เป็นหวัดเรื้อรัง ไอมาก

เชื้อหวัดเป็นเชื้อที่มีอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะของผู้ป่วย ซึ่งสามารถติดต่อกันได้โดยการหายใจสูดเอาฝอยละอองเสมหะที่ผู้ป่วยไอหรือจามรด ภายในระยะไม่เกิน 1 เมตร จัดว่าเป็นการแพร่กระจายทางละอองเสมหะที่มีขนาดใหญ่ (Droplet transmission)

นอกจากนี้ เชื้อหวัดยังสามารถติดต่อกันได้โดยการสัมผัส กล่าวคือ เชื้อหวัดอาจติดอยู่ที่มือของผู้ป่วย สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ  หรือสิ่งแวดล้อมที่คุณอาศัยอยู่ เมื่อคนปกติมาสัมผัสถูกมือของผู้ป่วย สิ่งของเครื่องใช้ หรือสิ่งแวดล้อมที่แปดเปื้อนเชื้อหวัด เชื้อหวัดก็จะติดมือของคน ๆ นั้นมา และเมื่อไหร่ก้ตามที่คน ๆ นั้นใช้นิ้วมือขยี้ตาหรือแคะไชจมูก เชื้อก็จะเข้าสู่ร่างกายจนกลายเป็นไข้หวัดได้

9 วิธีการปฏิบัติตัวเมื่อเป็นไข้หวัด

หวัดเรื้อรัง ภาษาอังกฤษ

1.เริ่มต้นง่ายๆ เพียงแค่คุณกินต้มยำไก่หรือแกงไก่ เพราะว่าในเนื้อไก่จะมีกรดอะมิโนที่มีชื่อว่า “ซีสเทอีน” (Cysteine) อยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งกรดอะมิโนชนิดนี้จะมีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการคัดจมูกได้ อีกทั้งในต้มยำไก่ก็ยังประกอบไปด้วยสมุนไพรไทย อย่างเช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดซึ่งมีสรรพคุณรักษาอาการเป็นไข้หวัดได้ แต่ต้องทานตอนร้อนๆ เท่านั้นนะคะถึงจะได้ผล

2.คุณต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะว่าการนอนหลับจะเป็นการสร้างเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้กลับมาแข็งแรงต่อสู้กับเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการเป็นไข้หวัดนั่นเองค่ะ

3.ดื่มน้ำสะอาดให้เยอะๆ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือว่าอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร ควรงดดื่มน้ำเย็นจัด เพราะว่าการดื่มน้ำเย็นนั้นจะยิ่งทำให้อุณหภูมิของร่างกายเย็นลง การดื่มน้ำจะช่วยทำให้อาการอ่อนเพลียจากการเป็นหวัดลดลงได้ค่ะ

4.ถ้าหากว่าคุณมีอาการเจ็บคอร่วมด้วยให้ทำการกลั้วคอด้วยน้ำเกลือ เพราะว่าในน้ำเกลือจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ภายในลำคอ โดยใช้เกลือ 1 ช้อนผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้ว จากนั้นคนให้เข้ากันดี อมน้ำเกลือกลั้วคอ ทำการหงายศีรษะไปด้านหลังประมาณ 3 วินาที จากนั้นแล้วจึงบ้วนน้ำเกลือทิ้ง ควรทำซ้ำวันละ 4 ครั้ง

5.คุณควรสวมผ้าปิดจมูก เพราะว่าการปิดปากปิดจมูกนั้นเป็นการป้องกันการหายใจเอาฝุ่นละอองเข้าไปในร่างกาย ซึ่งจะเป็นการเพิ่มอาการคัดจมูกได้ อีกทั้งยังเป็นการป้องกันการเผยแพร่เชื้อหวัดไปสู่คนรอบข้างได้อีกทางหนึ่งด้วยนั่นเองค่ะ

6.อมวิตามินซี หรือว่าจะกินผลไม้รสเปรี้ยว อย่างเช่น ส้ม สับประรด จะช่วยให้บรรเทาอาการได้เช่นกัน

7.ล้างทำความสะอาดมือให้บ่อย ๆ เพราะว่าเป็นการป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านทางการสัมผัสสิ่งของ

8.ไม่ควรสระผมบ่อย ๆ เพราะนั่นจะยิ่งกระตุ้นให้อาการไข้หวัดเป็นเพิ่มความชื้นให้แก่ร่างกายทำให้อาการไข้หวัดเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม

9.สวมใส่เสื้อผ้าให้อบอุ่นอยู่เสมอ

เพียงแค่คุณทำตามคำแนะนำทั้ง 9 ข้อนี้เท่านั้นคุณก็จะรู้ว่าไข้หวัดสามารถรักษาให้หายได้ง่าย ไม่ต้องทรมานจากการคป่วยเป็นอาทิตย์เลยนะคะ

เป็นหวัดบ่อย ภูมิแพ้

นอกจากนี้ การใช้ยาในการรักษาไข้หวัดเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้อาการป่วยหายได้เร็วขึ้น โดยยาใช้รักษาไข้หวัด ได้แก่

1.ยาแก้ปวดลดไข้ ใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยและลดไข้ โดยยาที่นิยมใช้กันมากได้แก่ ยาพาราเซตามอล และยาไอบูโพรเฟน

2.ยาแก้คัดจมูก (Decongestants) การทายาชนิดนี้ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูก ทำให้หายใจได้สะดวกมากขึ้น

3.ยาลดน้ำมูก เป็นยาที่ใช้ร่วมกับยาแก้ปวด และยาแก้คัดจมูก มีส่วนช่วยให้ไข้หวัดหายได้เร็วยิ่งขึ้น

4.ยาแก้ไอ คือยาที่ใช้เพื่อบรรเทาอาการไอมีเสมหะ ซึ่งจะช่วยให้เสมหะนิ่มลงและขับออกได้ง่ายขึ้น