พริก

พริก ประโยชน์ที่มากเหลือที่ทุกคนยังไม่รู้

ถ้าพูดถึงเรื่องอาหารรสชาติจัดจ้านนั้นคงไม่พ้น พริก เพราะบ้านเราในประเทศไทยนั้นพริกเป็นปัจจัยหลักสำหรับการประกอบอาหาร เช่น ต้ม ตำ ผัก แกง ทอด ซุป เป็นต้นจริงแล้วพริกจะมีครบทุกส่วนประกอบกับอาหารหลายอย่างจริง ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าพริกที่เรานำมาปรุงรสกันเนี้ยเราจะได้ประโยชน์โภชนาการอะไรบ้าง เรามารู้จักพริกกันเถอะ

ก้าน พริก สรรพคุณ
พริกชื่อวิทยาศาสตร์

ลักษณะและความสำคัญของ พริก

ก่อนอื่นสิ่งที่เราควรรู้จักพริกไปมากกว่านี้ต้องรู้ก่อนชื่อต่าง ๆ ของพริกนั้น ชื่อทางวิทยาศสาตร์ของพริกคืออะไร ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของพริกคือ Capsicum frutescens L. และพริกก็มีหลายชนิดเช่นกันแยกเป็นรับความเผ็ด เผ็ดมาก เผ็ดปกตื เผ็ดน้อย และพริกที่ติดอันดับที่เขาว่าเผ็ดที่สุดในโลกนั้นก็มี

สายพันที่อยู่ในประเทศไทย นั้นคือพริกที่สร้างความเด่นชัดในเรื่องอาหารที่จัดจ้าน หน่าความเผ็ดของพริกที่เขาใช้กันทั่วโลกคือ (Scoville) เพราะเป็นคำที่ตั้งตามนักวิจัยที่วิเคราะห์เกี่ยวกับพริก พริกขี้หนูแถวบ้านเราจะมีค่า (Scoville) อยู่ที่ 45,000-100,000 สโควิลล์

ส่วนพริกที่ได้รับนั้นไดรับการบันทึกลงอยู่ในกินเนสบุ๊คว่าเผ็ดที่สุดในโลกวัดได้ 350,000 สโควิลล์หรือมากกว่านั้น ในพริกนั้นมีแร่ธาตุและวิตามินสารต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการ เช่น ธาตุเหล็ก ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโพแทสเซียม วิตามินซี วิตามินบี 6 วิตามินเอ

คุณประโยชน์ของพริกต่อ 100 กรัม ที่เราได้บริโภค

พริก ชื่อวิทยาศาสตร์
พริกลักษณะทางพฤกษศาสตร์
  1. พลังงาน 103 กิโลแคลอรี /ต่อสัดส่วนของพริก 100 กรัม ที่เราบริโภค
  2. ไขมัน 2.4 กรัม /ต่อสัดส่วนของพริก 100 กรัม ที่เราบริโภค
  3. คาร์โบไฮเดรต 19.9 กรัม /ต่อสัดส่วนของพริก 100 กรัม ที่เราบริโภค
  4. ใยอาหาร 6.5 กรัม /ต่อสัดส่วนของพริก 100 กรัม ที่เราบริโภค
  5. โปรตีน 4.7 กรัม /ต่อสัดส่วนของพริก 100 กรัม ที่เราบริโภค
  6. แคลเซียม 45 มิลลิกรัม /ต่อสัดส่วนของพริก 100 กรัม ที่เราบริโภค
  7. ฟอสฟอรัส 85 มิลลิกรัม /ต่อสัดส่วนของพริก 100 กรัม ที่เราบริโภค
  8. เหล็ก 2.5 มิลลิกรัม /ต่อสัดส่วนของพริก 100 กรัม ที่เราบริโภค
  9. วิตามินเอ 11,050 I.U. /ต่อสัดส่วนของพริก 100 กรัม ที่เราบริโภค
  10. วิตามินซี 70 มิลลิกรัม /ต่อสัดส่วนของพริก 100 กรัม ที่เราบริโภค

เป็นไงบ้างล่ะสำหรับคนที่ชอบกินลดจัดก็ได้ประโยชน์มากมายเลยสิท่า

ประโยชน์ต่าง ๆ ของพริก

ต้นพริก
พริกคือ

รู้หรือไม่ว่าพริกที่เรารับประทานกันได้ทุกวันนี้ประโยชน์ ในพริกนั้นมีสารต่อต้านอะนุมูลอิสระที่จะทำให้ลดริ้วรอยก่อนวัยยังทำให้ดูเด็กอยู่ตลิดเวลาการกินพริกยังช่วยให้เรามีอารมณ์ที่ดี เพราะการกินพริกนั้นจะทำให้หลั่งสาร Endorphin (สารที่ทำให้เรามีความสุข)

ช่วยสร้างภูมิต้านทานและภูมิคุ้มกันที่เกิดจาการเป็นหไข้วัดและในพริกนั้นยังมีวิตมินซีที่สูงมากที่ช่วยในการสร้างคลอลาเจนให้กับร่างกายของเราได้มากและยังช่วยบำรุงร่างกายกับรักษาสายตาเป็นอย่างดีและยังสามารถช่วยกระตุ้นให้เราเจริญอาหารมากยิ่งขึ้นสารแคปไซซินยังสามารถช่วยร่างกายตื่นตัวอย่างดี

เมื่อบริโภคพริกนั้นจะช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด น้ำมูกไหลและเสมหะและรักษาอาการไอได้ดีและยังช่วยลดสารที่ขัดขวางไข้หวัดที่ช่วยรักษอาการป่วยกับทางเดินหายใจ รักษาอาการเลือดออกตามไรฟันช่วยให้หายใจได้สะดวกมากขึ้น

ยังช่วยขะจัดไขมันในเส้นเลือดและใขมันส่วนเกินเพื่อป้องกันเส้นเลือดในสมองแตกและยังช่วยสร้าเสริมผนักหลอดเลือดได้ดีมากขึ้นและสารในพริกนี้สามารถฆ่าแบคทีเลียได้ดีมากช่วยการยืดยุ่นของเส้นเลือดได้ดียิ่งขึ้น ช่วยบรรเทาแก๊สในรำใส้กระเพราะและยังมีส่วนช่วยในการขับปัสสาวะช่วยป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ใรบริเวณโพรงจมูก

ลำคอและปอด และไม่ให้เมือกที่เสีย ๆ มาเกาะตามร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ พริกนี้สามารถให้เราได้กินแล้วก็ยิ่งอยากไม่น่าเชื่อเลยคนอย่างเรา ๆ ก็ พริกนั้นเป็นที่นิยมของผู้หญิงเพื่อป้องกันตัวจากโจรผู้ร้ายได้ดีมาก เพราะผู้หญิงส่วนมากจะไม่มีใช้แล้วเพราะกฏหมายบ้านเราให้เลิกนำมาใช้ป้องกันตัวแล้ว ในด้านการแพทย์ของพริกนั้นแผนไทยเพื่อช่วยประโยชน์ในการบำรุงพลังหยางมากยิ่งขึ้นและนักวิจัยส่วนใหญ่จะนำพริกมาสัดลงแคปสูนหรือนำไปแปลรูปไปเป็นผลิตภัณฑ์

ใช้ทาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดที่บริเวนที่เป็นแผลในด้านความงามก็เช็นกันจะมักนำเปสกัดเพื่อผสมกับสิ่งสำคัญต่าง ๆ และออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีพริกเป็นส่วนผลม

เป็นไงกันบ้างหล่ะรู้แล้วใช่ไหมว่าพริกมีประโยชน์อย่างหลากหลาย สิ่งที่ยิ่งกินยิ่งเผ็ด ที่คนไทยอย่างพวกเราชอบมากและขาดไม่ได้ในการประกอบอาหารที่อร่อยถูกปากของคนไทยและคนต่างมาริ้มรถชาติศพริกจากประเทศไทยถือเป็นพืชเศฐกิจชนิดที่ดีเลยแหละ

อาหารจานเด่นของไทยเลยที่ทั่วโลกยอมรับคือ ต้มยำกุ้งและส้มตำ ที่จี๊ดจ้าดมากเลยแต่อย่างไรก็ตามก็ควรจะรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงมากยิ่งขึ้น