หนองในเทียม

โรคหนองในแท้ หนองในเทียม

โรคหนองในแท้ หนองในเทียม เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถพบได้บ่อยที่สุด มีระยะฟักตัวสั้น และยังพบว่าโรคนี้ยังสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว วันนี้เราจึงนำเรื่องราวน่ารู้ดีๆ เกี่ยวกับ โรคหนองในแท้ หนองในเทียม

 โรคหนองใน เกิดจากอะไร?

โรคหนองใน เกิดจากอะไร

โรคหนองใน ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. โรคหนองในแท้ หรือโรคโกโนเรีย (Gonorrhoea) เกิดจากการติดเชื้อ Neisseria gonorrhoeae เชื้อแบคทีเรียที่มีรูปร่างค่อนข้างกลม และยังอยู่กันเป็นคู่หันด้านเว้าเข้าหากัน ดูคล้ายกับเมล็ดกาแฟหรือเมล็ดถั่ว เชื้อนี้จะทำให้เกิดโรคเฉพาะเยื่อเมือก Mucous Membrance เช่นเดียวกันกับ เยื่อเมือกในท่อปัสสาวะ ช่องคลอด ปากมดลูก เยื่อบุมดลูก  เป็นต้น โดยเชื้อแบคทีเรียนี้มีระยะฟักตัวเร็ว คือประมาณ 1-10 วัน
  2. โรคหนองในเทียม (Non Gonococcal Urethritis) หรือว่าโรค NSU เป็นการอักเสบของท่อปัสสาวะที่เกิดจากเชื้อโรคอื่น ๆ ที่ไม่ใช่หนองในแท้

 

หนองใน ติดต่อกันทางไหนบ้าง?

หนองใน ติดต่อกันทางไหนบ้าง

โรคหนองใน ไม่ว่าจะโรคหนองในแท้ หรือโรคหนองในเทียม ก็เป็นโรคที่สามารถติดต่อกันจากการมีเพศสัมพันธ์ และไม่ว่าจะเป็นทางปาก ช่องคลอด หรือทางทวารหนัก รวมถึงถ้าหากมีการร่วมเพศทางปาก ก็อาจทำให้ติดโรคที่ลำคอได้

นอกจากนี้ โรคหนองในเทียม ยังสามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุอื่น ๆ อย่างเช่น การติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก ท่อปัสสาวะตีบ การอักเสบของหนังหุ้มอวัยวะเพศ หรือว่าเป็นการใส่สายสวนปัสสาวะ เป็นต้น

         อาการหนองใน สังเกตแต่เริ่มแรก รักษาได้เร็ว

อาการหนองใน

1.อาการหนองในผู้ชาย

ผู้ชายที่ป่วยเป็นหนองใน ก็มักจะมีอาการปัสสาวะขัดอย่างรุนแรง และยังมีหนองสีเหลืองข้น ไหลออกมาจากท่อปัสสาวะ ซึ่งนั่นก็มักเกิดอาการหลังรับเชื้อไปแล้ว 2-5 วัน ถ้าหากว่าไม่รักษาอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน อย่างเช่น เชื้อโรค ลุกลามไปยังต่อมลูกหมาก ทำให้ต่อมลูกหมากอักเสบ อัณฑะอักเสบ ฯลฯ ซึ่งทำให้เป็นหมันได้เลยนะคะ

2.อาการหนองในผู้หญิง

ผู้หญิงที่เป็นหนองใน ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ จนกระทั่ง 10 วันไปแล้ว ถึงจะมีอาการตกขาว รวมถึงมีกลิ่นเหม็น ปัสสาวะแสบขัด เพราะเกิดจากการอักเสบที่ท่อปัสสาวะ และปากมดลูก

และถ้าไม่รีบรักษาเชื้อโรคดังกล่าวก็จะลุกลาม และนั่นก็จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน อย่างเช่น ต่อมบาร์โธลินอักเสบ เป็นฝีบวมโต รวมถึงการอักเสบในอุ้งเชิงกราน ปีกมดลูกอักเสบ การอุดตันของท่อรังไข่ ซึ่งนั่นก็ทำให้เป็นหมันหรือตั้งครรภ์นอกมดลูกได้

นอกจากนี้ ในผู้หญิงมีครรภ์เป็นโรคหนองใน เวลาคลอดอาจทำให้เด็กทารกติดเชื้อเกิดอาการตาอักเสบได้ และถ้าหากรักษาไม่ทัน จะทำให้เด็กตาบอดได้

หนองในเทียม อาการเป็นอย่างไร

หนองในเทียม อาการเป็นอย่างไร

อาการของคนที่ป่วยเป็นหนองในเทียม จะคล้ายกับอาการผู้ป่วยหนองในแท้ แต่ทว่าอาจจะมีความรุนแรงน้อยกว่า และระยะฟักตัวของโรคหนองในเทียมจะนานกว่าโรคหนองในแท้

 

การวินิจฉัย โรคหนองใน

การวินิจฉัย โรคหนองใน

จากการวินิจฉัย พบว่าเป็นโรคหนองในหรือไม่นั้น แพทย์จะนำหนอง หรือปัสสาวะ มาตรวจ PCR หลังจากนั้นจะนำมาย้อมหาเชื้อ และก็นำไปเพาะเชื้อ เพื่อตรวจสอบ ทั้งนี้ แพทย์ยังนำการตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โรคอื่น ๆ ร่วมด้วย

และในส่วนของการวินิจฉัยโรคหนองในเทียม จะต้องอาศัยการตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการมาร่วมด้วย

หนองใน รักษาได้อย่างไร มาดูวิธี

หนองใน รักษาได้อย่างไร มาดูวิธี

คนที่ป่วยเป็นโรคหนองใน มักจะเป็นโรคหนองในเทียมร่วมด้วย ดังนั้นผู้ป่วยจึงต้องรักษาอาการไปพร้อม ๆ กัน โดยการใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Cephalosporin และ Quinolone อาจจะเป็นชนิดรับประทานหรือชนิดยาฉีด ยาที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ Cefixime, Ceftriaxone, Ciprofloxacin, Ofloxacin, Levofloxacin เป็นต้น

นอกจากนี้ การรักษาหนองในจะได้ผลหรือไม่ มันก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้ป่วยที่จะต้องรับประทานยาให้ครบตามแพทย์สั่ง และยังต้องปฏิบัติตน รวมทั้งตรวจซ้ำตามแพทย์แนะนำ และถ้าหากใครเป็นโรคหนองในควรพาคู่สามี และภรรยาไปตรวจรักษาด้วย

เมื่อรักษาหายแล้ว ผู้ป่วยยังควรกลับไปตรวจซ้ำตามแพทย์นัด จนกว่าจะแน่ใจว่าคุณหายสนิทในทุกตำแหน่งที่มีเพศสัมพันธ์

หนองในหายเองได้ไหม ไม่รักษาได้หรือเปล่า

หนองในหายเองได้ไหม ไม่รักษาได้หรือเปล่า

ปัจจุบันนี้แม้ว่าผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการดีขึ้นเอง แต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมด ดังนั้น เมื่อเป็นหนองในจึงควรเข้ารับการรักษาจากแพทย์จะดีที่สุดนะคะ เพราะโรคหนองในสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีกหลายครั้ง ถ้าหากไม่รักษาแล้วไปแพร่เชื้อให้คู่นอน

และนั่นก็จะทำให้อาการหนองในก็จะกลับมาเป็นได้อีก และมีโอกาสที่ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้งที่ได้รับเชื้อ คนที่ป่วยเป็นโรคนี้ต้องระวังภาวะแทรกซ้อนก็อย่างเช่น อุ้งเชิงกรานอักเสบ ภาวะมีบุตรยาก  และทำให้เกิดการติดเชื้อในร่างกายที่รุนแรงได้

วิธีป้องกันโรคหนองใน

วิธีป้องกัน โรคหนองในแท้

1.เพื่อเป็นการป้องกันโรคเบื้องต้นคุณควรเลือกมีคู่นอนเพียงคนเดียว และจะแน่นอนยิ่งขึ้นหากคู่นอนได้รับการตรวจแล้วว่า เป็นคนที่ไม่มีการติดเชื้อใด ๆ

2.ควรหลีกเลี่ยงการเที่ยวกลางคืน หรือว่าการสำส่อนทางเพศ ถ้าจะหลับนอนกับคนอื่นหรือคนที่สงสัยว่าจะเป็นหนองใน คุณควรใช้ถุงยางอนามัยก่อนมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง วิธีนี้จะช่วยป้องกันโรคนี้ได้เกือบ 100% (

3.หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดหน้า และว่าผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้ติดเชื้อ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

4.ควรดื่มน้ำก่อนจะร่วมเพศ และถ่ายปัสสาวะทันทีหลังร่วมเพศ หรือว่าคุณจะฟอกล้างสบู่ทันทีหลังร่วมเพศ วิธีนี้อาจช่วยลดการติดเชื้อลงได้บ้าง แต่ทว่าไม่ใช่ว่าจะได้ผลทุกราย

5.การกินยาปฏิชีวนะ เพื่อเป็นการป้องกันโรคภายหลังการร่วมเพศอาจจะได้ผลบ้าง แต่ทว่ายาก็ต้องเป็นยาชนิด และขนาดเดียวกันกับที่ใช้ในการรักษา

6.การกินยาล้างลำกล้อง เป็นยาระงับเชื้อ (Antiseptic) แต่ว่าไม่ใช่ยาทำลายเชื้อ จึงไม่ได้ผลในการป้องกันนะคะ