ลักษณะเด่นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

6 โรคที่จากเพศสัมพันธ์

  โรคที่จากเพศสัมพันธ์ โรคที่เราวางใจไม่ได้ เพราะว่าในปัจจุบันนี้โรคที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นโรคที่เราไม่ค่อยรู้จักกันมาเท่านไหร่ และสำหรับโรคที่จากเพศสัมพันธ์ ถือว่าเป็นโรคที่คุณไม่ควรมองข้าม และวันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ 6 โรคที่จากเพศสัมพันธ์ ส่วนจะเป็นโรคไหนบ้างนั้น เราไปเช็คกันเลยค่ะ

6 โรคที่จากเพศสัมพันธ์

รู้ทันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

เพศสัมพันธ์เกิดโรคร้ายได้จริงไหม และเกิดโรคอะไรได้บ้าง วันนี้เรามีเรื่องราวน่ารู้ดีๆ เกี่ยวกับการู้ทันโรค และ 6 โรคที่เกิดจากเพศสัมพันธ์

  1. โรค HPV

โรคทางเพศสัมพันธ์เริม

ไวรัส HPV หรือว่า Human Papilloma Virus สำหรับโรค HPV เป็นไวรัสที่มีสายพันธุ์มากกว่า 100 ชนิด แต่ทว่าเชื้อไวรัส HPV ก่อโรคได้ซึ่งจะมีอยู่กลุ่มหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเชื้อไวรัสชนิดนี้ มีส่วนก่อให้เกิดโรคมะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ์ส่วนต่าง ๆ ได้ ทั้ง เพศหญิง และเพศชาย อย่างเช่น มะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งปากมดลูก มะเร็งที่ทวารหนัก มะเร็งช่องคลอด แต่ที่พบบ่อยคือ มะเร็งปากมดลูก และในปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขจึงได้นำวัคซีน HPV มาฉีดฟรีให้กับนักเรียนหญิงในช่วงอายุ 10-12 ปี เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อก่อโรค

  1. เอดส์

โรคเพศหญิง

เอดส์ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อันตรายถึงชีวิต ซึ่งโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส Human Immunodeficiency Virus หรือหลายคนเรียกย่อ ๆ ว่า HIV นั่นเอง โดยเชื้อเอชไอวีเป็นจะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันโรค ซึ่งเชื้อไวรัสจะทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อมีภูมิคุ้มกันต่ำลง จนร่างกายของผู้ป่วยไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคได้อีก โรคต่าง ๆ และคนที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ยังสามารถป่วยเป็นโรคแรกซ้อนได้ง่าย อย่างเช่น วัณโรค ปอดบวม ติดเชื้อในระบบโลหิต เชื้อรา ฯลฯ และนั่นก็มีส่วนทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด สามารถติดต่อกันได้หลายทาง แต่ร้อยละ 80 รับเชื้อมาจากการมีเพศสัมพันธ์

 

  1. เริมที่อวัยวะเพศ

โรคซิฟิลิส

โรคเริมเป็นโรคที่สามารถติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์ และการสัมผัส โดยเชื้อไวรัสของโรคนี้ยังก่อให้เกิดโรคเริมก็คือ Herpes simplex virus ซึ่งถือว่าเป็นเชื้อที่แฝงตัวอยู่ที่ปมประสาทรับความรู้สึก และเมื่อร่างกายของผู้ป่วยอ่อนแอ ภูมิต้านทานลดลงเมื่อไร ผื่นเริมจะแสดงอาการทันที ซึ่งอาการแสดงของเริมในบางครั้งก็สังเกตได้ แต่ทว่าส่วนมากก็ไม่ค่อยแสดงอาการเท่าไร และยังมีส่วนทำให้โรคเริมเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อีกโรคที่น่ากลัว เนื่องจากว่าผู้ป่วยโรคนี้จะไม่รู้ตัวว่ามีเชื้อจึงไปแพร่เชื้อให้คู่นอนได้โดยง่าย

ทั้งนี้ อาการของเริมที่อวัยวะเพศในการติดเชื้อครั้งแรก อาการจะค่อนข้างรุนแรงมากๆ โดยจะเป็นตุ่มน้ำใสจำนวนมากที่อวัยวะเพศ และเป็นตุ่มเจ็บ รวมทั้งอาจจะมีไข้หรือปัสสาวะไม่ออกร่วมด้วย โดยการรักษาควรพบแพทย์เพื่อรับยารักษาอย่างถูกต้อง

  1. หูดหงอนไก่

โรคติดต่อทางพันธุกรรมมีอะไรบ้าง พร้อมรูป

หูดหงอนไก่ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อไวรัส HPV ซึ่งนั่นก็ทำให้เกิดผื่นสีน้ำตาลนูนหนา จากนั้นก็จะทำให้เกิดหูดลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำ หรือว่าแบบหงอนที่หัวไก่ชน และก็เป็นติ่งเนื้ออ่อน ๆ สีชมพู ขึ้นมา และมีลักษณะเป็นก้อนเล็ก ๆ จนถึงก้อนโตที่สามารถอุดกั้นช่องคลอด ทวารหนัก หรือว่าที่บริเวณท่อปัสสาวะได้เลยหากไม่รีบรักษา และที่สำคัญก็คือ หูดหงอนไก่เป็นโรคติดต่อที่กลับมาเป็นซ้ำได้อีกเรื่อย ๆ ถ้าหากไม่ป้องกัน และดูแลตัวเองให้ดี

  1. ไวรัสตับอักเสบบี

ไวรัสตับอักเสบบี

ไวรัสตับอักเสบบี หรือว่าเชื้อไวรัสบีคือเชื้อก่อโรคไวรัสตับอักเสบบี ที่จริง ๆ แล้วคนไทย เป็นพาหะโรคนี้มากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากร และที่สำคัญคือหลายคนไม่ทราบว่าตัวเอง เป็นพาหะ และมีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีแฝงอยู่ในร่างกาย และเชื้อไวรัสบียังสามารถแพร่กระจายโรคนี้ให้ผู้อื่นได้อีกด้วย เพราะว่าส่วนใหญ่ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และมักจะไม่มีอาการป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กเล็ก หลายคนจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อไปบริจาคเลือดแล้วตรวจพบ

แต่สำหรับบางคนอาจจะมีอาการป่วยแสดงออก อย่างเช่น ผู้ป่วยจะอาการเพลีย เบื่ออาหาร อาจมีไข้ต่ำ ๆ ในวันแรก ๆ ก็มีอาการจุกแน่นท้อง ปวดท้อง ตาเหลือง ตัวเหลือง และมีปัสสาวะสีเข้ม อาการคล้ายๆ เป็นดีซ่าน เป็นอยู่ 2-3 สัปดาห์หรือเป็นเดือน แล้วจะหายเป็นปกติ แต่ทว่ามีเพียงส่วนน้อยที่อาจจะทำให้ตับเสีย มีอาการเพ้อคลั่ง ซึม มีน้ำในท้อง ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด

  1. หูดข้าวสุก

โรคที่จากเพศสัมพันธ์

หูดข้าวสุกจัดว่าเป็นโรคติดต่อที่แพร่กระจายได้ง่าย และยังมักพบโรคนี้อยู่เรื่อย ๆ เนื่องจากโรคหูดข้าวสุกเป็นโรคติดต่อทางผิวหนัง และเกิดจากการสัมผัสเชื้อเท่านั้นเอง ซึ่งเชื้อไวรัสตัวต้นเหตุโรคหูดข้าวสุกก็ คือ “เชื้อไวรัสกลุ่ม poxviridae”

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคหูดข้าวสุกเป็นโรคติดเชื้อเฉพาะผิวหนังชั้นนอก และกล่าวง่ายๆคือ เชื้อไวรัสไม่ได้เข้าสู่ร่างกายทางกระแสเลือด หรือระบประสาท ซึ่งมีส่วนทำให้ผู้ที่ติดเชื้อหูดข้าวสุกไม่มีอาการไข้ ไม่อ่อนเพลีย ไม่ครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนการติดเชื้อทั่วไป

โดยทั่วไปแล้วอาการหูดข้าวสุกจะเริ่มจากมีจุดแดง ๆ ต่อมาเป็นตุ่มเล็ก ๆ สีแดง และเราอาจจะสังเกตว่ามีตุ่มเล็ก ๆ สีขาวคล้ายเม็ดข้าวสารอยู่ข้างใน ตุ่มดังกล่าวบ้างก็มีลักษณะคล้ายสิวอักเสบ แต่ทว่าไม่มีอาการเจ็บ และถ้าหากบีบหูดจะได้สารสีขาวข้นเป็นเม็ดคล้ายข้าวสุก ดังชื่อของโรคนั่นเองละค่ะ

ซึ่งโรคหูดข้าวสุกจัดว่าเป็นโรคติดต่อ และเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วยนะคะ ดังนั้น ถ้าหากคุณพบว่ามีอาการข้างต้น และสงสัยว่าจะเป็นอาการของหูดข้าวสุก คุณควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษา และงดมีเพศสัมพันธ์ไปก่อน

ทั้งนี้การรักษาโรคหูดข้าวสุกนั้นทางแพทย์จะทำการบ่มเอาสารสีขาวในแผลออกมา ร่วมกับการแต้มยารักษาตุ่มหูดเพื่อฆ่าเชื้อและลดโอกาสแพร่กระจายเชื้อ

เรียกได้ว่าอาการของโรคที่เกิดจากเพศสัมพันธ์ มีแต่โรคที่ไม่ธรรมดาทั้งนั้นเลยนะคะ ส่วนใครที่มีอาการในข้างต้นก็อย่าลืมปรึกษาแพทย์ด้วยนะคะ