ประจำเดือน

ยาเลื่อนประจำเดือน กินอย่างไร

ยาเลื่อนประจำเดือน ถือว่าเป็นตัวช่วยยามฉุกเฉินสำหรับสาว ๆ ที่ไม่อยากจะให้ประจำเดือนมาตรงกับวันสำคัญ แต่ทว่าเจ้ายาช่วยเลื่อนประจำเดือนที่ขายในร้านขายยาก็มีหลายชนิด แล้วอย่างนี้เราจะเลือกซื้แบบไหนดีละ ปัญหากวนใจเหล่านี้จะหมดไปเพราะ วันนี้เรามีเรื่องราวน่ารู้ดีๆ เกี่ยวกับยาเลื่อนประจำเดือนมาฝากคุณสาวๆ

ยาเลื่อนประจำเดือน ราคา

หนึ่งในปัญหากวนใจของคุณสาว ๆ ก็ย่อมต้องมีเรื่องประจำเดือนมาตรงวันสำคัญพอดีนั่นเอง เพราะว่าเมื่อถึงวันสำคัญทีไรประจำเดือนก็มักจะกระทบความพร้อมของร่างกาย และจิตใจ ทำให้รู้สึกร่างกายไม่ปกติเท่าที่ควร

นอกจากนี้คุณสาว ๆ ส่วนใหญ่จึงต้องพึ่งพาตัวช่วยอย่าง ยาเลื่อนประจำเดือน ที่เราเข้าใจกันไปว่า เป็นยาที่สามารถใช้บ่อยแค่ไหนก็ได้ เพราะว่าเจ้ายาชนิดนี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ แต่สาว ๆ จะชัวร์แค่ไหนว่าเข้าใจถูกต้อง วันนี้เรามีคำตอบที่คุณอยากจะรู้

 

ยาเลื่อนประจําเดือนเป็นยาแบบไหน

ยาเลื่อนประจําเดือนเป็นยาแบบไหน

คุณสาว ๆ เคยเอะใจกันบ้างไหมละค่ะว่า ยาเลื่อนประจำเดือนที่เราใช้กันในเวลาที่จำเป็นนั้น เป็นตัวยาแบบไหนกัน จึงมีส่วนช่วยในการหยุดวันนั้นของเดือนได้ตามที่ต้องการ และในเรื่องนี้ รศ. นพ.อภิชาติ จิตเจริญ อาจารย์นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติ-นรีเวชวิทยา ของโรงพยาบาลรามาธิบดี ได้มีคำอธิบายอย่างง่าย ๆ ให้สาว ๆ เข้าใจตรงกันว่า ยาเลื่อนประจำเดือน ก็คือ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) นั่นเองค่ะ ฮอร์โมนที่จะช่วยให้ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนไม่ลดลง ยากนี้จึงมีส่วนช่วยในการเลื่อนระยะเวลาของการหลุดลอกของผนังมดลูกออกไป ผลคือ สาว ๆ ก็จะมีรอบเดือนช้าลงอีกประมาณ 1 สัปดาห์ นั่นเองค่ะ

 

ยาเลื่อนประจำเดือน มีกี่ชนิด

ยาเลื่อนประจำเดือน มีกี่ชนิด

เวลาที่คุณสาวๆ ไปร้านขายยา ส่วนมากก็มักจะซื้อยาเลื่อนประจำเดือนตามที่เภสัชกรขายยาแนะนำ และทางที่ดีคุณก็ควรรู้เอาไว้บ้างว่า ยาเลื่อนประจำเดือนที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้กันนั้นมีกี่ชนิดกัน จากการศึกษาข้อมูลของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้บอกเอาไว้ว่า

“ยาเลื่อนประจำเดือนที่คุณสาวๆ นิยมใช้กันก็คือ Primolut-N หรือ พรีโมลุสเอ็น เนื่องจากว่าตัวยาดังกล่าวที่มีตัวยาสำคัญ คือ นอร์เอทีสเตอโรน (Norethisterone) ขนาด 5 มิลลิกรัม โดยตัวยานี้จะมีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ซึ่งก็คือมีผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกไม่หลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน จนกว่าคุณจะหยุดใช้ยา และยาตัวนี้มีส่วนช่วยบรรเทากลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน หรือ PMS ได้อีกด้วย อย่างเช่น ปวดศีรษะ หงุดหงิด ไม่สบายตัว เป็นต้น

นอกจากนี้ ในปัจจุบันนี้ก็ยังมียาเลื่อนประจำเดือนอีกหนึ่งชนิด ซึ่งก็คือ Provera หรือ โปรเวรา โดยยาตัวนี้มีตัวยาสำคัญ คือ เมดรอกซี่โปรเจสเตอโรน (Medroxyprogesterone) แต่ทว่ายาตัวนี้มีฮอร์โมนน้อยกว่าจึงต้องใช้ในปริมาณมากกว่า Primolut-N ซึ่งนั่นก็คือ ประมาณ 20-30 มิลลิกรัม

และอีกหนึ่งวิธีที่มีผลทำให้รอบเดือนมาช้าลงด้วย นั่นคือ การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด แต่ทว่าวิธีนี้ได้รับความนิยมน้อยกว่า เพราะว่าเมื่อกินแล้วมีผลข้างเคียงสูง อีกทั้งต้องทานติดต่อกันหลายวัน ยานี้จึงเหมาะกับผู้หญิงที่กินยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นปกติอยู่แล้วมากกว่า

 

ยาเลื่อนประจําเดือน ผลข้างเคียงมีไหม ?

ยาเลื่อนประจําเดือน ผลข้างเคียงมีไหม

สำหรับการกินยาเลื่อนประจำเดือนเป็นวิธีที่ปลอดภัยก็จริง แต่แพทย์ผู้เชียวชาญ ก็ไม่แนะนำให้ใช้บ่อยครั้ง หรือว่าคุณใช้ติดต่อกันนานเกิน 10-14 วัน อาจได้รับผลข้างเคียงบางประการ ได้แก่

– คลื่นไส้ อาเจียน

– ปวดศีรษะ

– มีอาการซึมเศร้า

– ท้องอืด แน่นท้อง

– เจ็บคัดเต้านม

– ประจำเดือนออกกะปริบกะปรอย

– รอบเดือนแปรปรวน มาไม่สม่ำเสมอ

– โอกาสตั้งครรภ์ยากขึ้น เนื่องจากว่าการกินยาเลื่อนประจำเดือนเพื่อการคุมกำเนิดเป็นเวลานาน ฤทธิ์ของตัวยานอร์เอทีสเตอโรน ซึ่งนั่นก็ทำให้เกิดเมือกเหนียวข้นบริเวณช่องคลอด แต่ทว่าเมื่อต้องการตั้งครรภ์จริงจึงมีโอกาสต่ำมาก เพราะว่าอสุจิเคลื่อนที่ไปผสมกับไข่ยากขึ้น อีกทั้งผนังมดลูกก็อาจจะไม่เหมาะสมแก่การฝังตัวของไข่ที่ผสมแล้ว

 

กินยาเลื่อนประจำเดือนตอนประจำเดือนมาแล้ว จะมีผลไหม

กินยาเลื่อนประจำเดือนตอนไหน

การกินยาเลื่อนประจำเดือน คุณสาวๆ ควรกินก่อนกำหนดรอบเดือนปกติ เพราะว่าถ้ากินตอนประจำเดือนมาแล้วนั้น ตัวยาจะไม่มีผลใด ๆ เลย ทางที่ดี ควรที่จะนับวันล่วงหน้าแล้วกินยาดีกว่า

 

ยาเลื่อนประจำเดือน คุมกำเนิดได้ไหม

ยาเลื่อนประจำเดือน คุมกำเนิดได้ไหม

การทานยาเลื่อนประจำเดือนโดยทั่วไปอาจจะต้องใช้เป็นยาคุมกำเนิดแบบธรรมดาได้­­­ แต่ไม่แนะนำให้ใช้ในการคุมกำเนิดเป็นหลัก เพราะว่ายานี้จะทำให้ประจำเดือนออกกะปริบกะปรอย รอบเดือนแปรปรวน ในกรณีที่สาว ๆ ที่จะต้องการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่กินยาเลื่อนประจำเดือนนั้น ซึ่งนั่นก็จะทำให้โอกาสตั้งครรภ์มีน้อย แต่ทว่าทางที่ดีก็ไม่ควรชะล่าใจ ควรใช้ถุงยางอนามัยด้วย เพื่อเป็นการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และความสุ่มเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ที่อาจเกิดขึ้น

อีกกรณีหนึ่งที่คุณสาว ๆ ที่ทานยาคุมกำเนิดอยู่แล้ว และต้องการใช้ยาคุมเพื่อเลื่อนประจำเดือนนั้น คุณก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยจะถูกแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้

กรณีที่ 1 กินยาคุมกำเนิดแบบแผงละ 21 เม็ด กินจนหมดแผง จากนั้นให้เริ่มกินแผงต่อไปได้เลยโดยที่ไม่ต้องหยุดยาจะทำให้สามารถเลื่อนประ­­จำเดือนได้

กรณีที่ 2 กินยาคุมกำเนิดแบบแผงละ 28 เม็ด เมื่อคุณทานยาคุมไปแล้ว 21 เม็ด จากนั้นให้เริ่มทานยาคุมกำเนิดแผงใหม่เลย ไม่ต้องกิน 7 เม็ดที่เหลือในแผงเดิม เนื่องจากว่า ยา 7 เม็ดที่เหลือไม่มีส่วนประกอบของฮอร์โมน เมื่อหยุดใช้ยาแล้ว ประจำเดือนของคุณสาวๆ ก็จะมาตามปกติภายใน 2-3 วัน

ยาเลื่อนประจำเดือน ข้อยกเว้นที่ต้องรู้

ยาเลื่อนประจำเดือน ข้อยกเว้นที่ต้องรู้

ยาเลื่อนประจำเดือนชนิดนอร์เอทีสเตอโรน เป็นยากที่มีข้อยกเว้นกับผู้หญิงที่เข้าข่าย 7 กลุ่มอาการ ต่อไปนี้

1.ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ โดยเฉพาะคนที่กำลังมีอายุครรภ์ 1 เดือนครึ่งเป็นต้นไป การใช้ยาเลื่อนประจำเดือนในขณะที่กำลังตั้งครรภ์ จะส่งผลให้โครโมโซมของทารกในครรภ์ผิดปกติ เนื่องจากว่าฤทธิ์ยาจะไปขัดขวางพัฒนาการของอวัยวะเพศภายนอก และนั่นยังนำไปสู่ความพิการ หรือว่าการแท้งบุตรได้

2.ผู้หญิงที่กำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากยาตัวนี้สามารถปนออกมากับน้ำนมของแม่ จึงอาจจะทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่อลูกได้ และนั่นจะส่งผลโดยตรงต่อผู้ที่เป็นแม่ โดยมีอาการเจ็บคัดเต้านม เต้านมโตผิดปกติร่วมด้วย

3.คนที่มีประวัติ หรือว่าเป็นคนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดอุดตัน เนื่องจากว่าการใช้ยาในกลุ่มคนเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดอุดตัน

4.คนที่เคยมีประวัติ หรือว่าคนที่กำลังเป็นโรคตับขั้นรุนแรง อย่างเช่น ตับอักเสบ เนื่องจากยาตัวนี้ถูกกำจัดที่ตับ หากตับทำงานไม่ดีอาจจะทำให้ยาสะสมในร่างกายได้

5.คนที่มีประวัติ หรือว่ากำลังเป็นมะเร็งเต้านม หรือมะเร็งที่อวัยวะเพศ ชนิดที่ไวต่อฮอร์โมน เนื่องจากว่าตัวยาอาจจะส่งเสริมการโตของเนื้อร้ายเหล่านี้

6.แพ้ตัวยานอร์เอสทีสเตอโรน อย่างเช่น กินแล้วมีผื่นขึ้น เป็นต้น

7.คนที่มีประวัติเป็นโรคซึมเศร้า หรือว่าคนที่กำลังเป็นโรคซึมเศร้า

 

หยุดกินยาเลื่อนประจำเดือน แต่ประจำเดือนยังไม่มา ควรทำอย่างไร

หยุดกินยาเลื่อนประจำเดือน

ถ้าหากคุณสาว ๆ หยุดใช้ยาเลื่อนประจำเดือนเกิน 1 สัปดาห์แล้ว แต่ทว่าประจำเดือนก็ยังไม่มาสักที สิ่งแรกที่คุณควรทำคือ เช็กเรื่องระยะเวลาการมีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุดที่คุณจะก่อนใช้ยาเลื่อน­­­ประจำเดือน ว่ามีการคุมกำเนิดใด ๆ หรือไม่ เพราะถ้าหากแน่ใจแล้วว่าไม่มีเพศสัมพันธ์ในช่วงก่อนหน้านั้น หรือว่ามี แต่ไม่ได้ใช้ยาคุมกำเนิด คุณก็ควรไปปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจการตั้งครรภ์ และสาเหตุที่แน่ชัด รวมไปถึงการขอคำปรึกษาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม การที่คุณสาวๆ มีรอบเดือนเป็นเรื่องปกติของผู้หญิงเรานะคะ เนื่องจากว่าการกินยาเลื่อนประจำเดือนก็เหมือนเป็นการขัดขวางกระบวนการธ­­­รรมชาติในร่างกายเรา ซึ่งอาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพในด้านอื่น ๆ ตามมาด้วยเช่นกัน และทางที่ดีควรใช้ในยามจำเป็นจริง ๆ เท่านั้นดีที่สุดจ้า