อ้างเป็น สคบ. รีดไถ่ ตำรวจ ชี้แจง

ตำรวจ เผยชายอ้างเป็น สคบ. รีดไถ่เงิน 7 หมื่น หากตรวจพบเป็นตำรวจจริงฟันไม่เลี้ยง

ข่าวใหญ่ข้ามคืน สำหรับข่าวชายหนุ่ม ชายอ้างเป็น สคบ. รีดไถ่เงิน กว่าครึ่งแสนจาก เจ้าของร้านเครื่องเสียง และอีกหลายแห่ง พฤติกรรมดังกล่าวของชายนหนุ่มคนนี้ถูกกล้องวงจรปิด บันทึกภาพขณะลงมิได้อย่างชัดเจน จนหลายคนมองว่าชายคนนี้เป็นใครถึงกล้าทำแบบนี้ บางคนมองว่าอาจจะเป็น ตำรวจ ก็ได้เพราะคนธรรมดาคงไม่กล้าทำ

ความคืบหน้าข่าว ชายอ้างเป็น สคบ. รีดไถ่เงิน ตำรวจ เผยแบบนี้

 

คืบหน้าข่าว อ้างเป็น สคบ.

 

รายงานความคืบหน้าอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. รัดไถ่เงิน 7 หมื่น จากเจ้าของร้านเครื่องเสียง ด้านตำรวจเผยหากตรวจสอบเผยว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงจะฟันไม่เลี้ยง

เมื่อ

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 61 ณ บริเวณ สภ.เมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง นายกัมปนาท พัวโสภิต อายุ 36 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 88/6 หมู่ที่ 4 ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง และ น.ส.สุรีรัตน์ อุทิศ อายุ 53 ปี  ได้เข้าร้องต่อ พล.ต.ต.สุรินทร์ ทับพันบุบผา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง

หลังจากที่ถูกชายในคลิปอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. เรียกรับเงินเพื่อแลกกับการดำเนินคดี ด้วยความกลัว จึงได้ยอมจ่ายเงินให้ 70,000 บาท หลังจากที่พบเห็นจากสื่อมีผู้ก่อเหตุคล้ายกันที่จังหวัดสระบุรี ตนเองจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองอ่างทอง เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อให้ติดตามตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดี

 

ตำรวจ ชี้แจงข่าว อ้างเป็น สคบ.

 

โดยทางด้านของ นายกัมปนาท ยังได้เล่าถึงเหตุการณ์นี้ด้วยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นนั้นเกิด เมื่อเวลา ประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 14 พ.ค. 61 มีชายไทยไม่ทราบชื่อประมาณ 6 – 7 คน ได้ใช้ยานพาหนะรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์สีดำ (ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ) และรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอน์ ได้ดินทางมาที่ร้าน รุ่งเรืองการค้า

ซึ่งร้าน รุ่งเรืองการค้าเปิดเป็นร้านขายและติดตั้งเครื่องเสียงรถยนต์ โดยชายคนดังกล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมครองผู้บริโภค (สคบ.) เดินเข้ามาขอตรวจค้นร้าน และได้มีการนำสินค้าภายในร้านออกไป พร้อมกับนำตัว นาย กัมปนาท มาที่ กก.สส.ภ.จว.อ่างทอง แต่ให้อยู่เพียงชั้นล่าง

โดยกลุ่มบุคคลที่พบภายในคลิปอ้างว่า นาย กัมปนาท ได้กระทำผิดฐาน เสนอขายสินค้าโดยไม่ติดฉลากภาษาไทย และยังได้ทำการเรียกรับเงินจากผู้เสียหาย เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี โดยตกลงกันที่ราคา 45,000 บาท

ทางด้านของนาย กัมปนาท จึงได้โทรศัพท์ไปตาม น.ส.สุรีรัตน์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้า เดินทางมาจ่ายเงินให้ เมื่อ น.ส.สุรีรัตน์ เดินทางมาถึง กลุ่มบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. ก็ได้พูดคุยกับ น.ส.สุรีรัตน์ เมื่อทราบว่าเป็นร้านขายเครื่องเสียงเหมือนกัน จึงก็ได้เรียกเงินจาก น.ส.สุรีรัตน์ เพิ่มอีกจำนวน 25,000 เพื่อแลกกับการที่กลุ่มดังกล่าวที่ว่าอ้างเป็น สคบ. จะได้ไม่ต้องเข้าไปทำการตรวจยึดสินค้าภายในร้ายของ น.ส.สุรีรัตน์ นั่นเอง

 

ตำรวจ เผย อ้างเป็น สคบ.

 

นอกจากนี้แล้วทางด้านของ น.ส.สุรีรัตน์ จึงยินยอมจ่ายเงินให้กับกลุ่มของคนที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. ซึ่งยอมจ่ายเงินรวมกับร้านของหลานชาย รวมแล้วเป็นเงินทั้งหมด 70,000 บาท ต่อมาได้ทราบว่าก่อนหน้านี้ได้มีการก่อเหตุลักษณะนี้ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เช่นกัน ซึ่งได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว

และตนเองจำได้ว่าบุคคลที่ถูกออกหมายจับคือบุคคลคนเดียวกันกับที่มาก่อเหตุที่ร้านของตน ตนเองจึงได้เดินทางมาร้องทุกข์ ต่อ ร.ต.ท.สุขสันต์ ปัสสาวะกัง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนทางด้าน พล.ต.ต.สุรินทร์ ทับพันบุบผา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ได้ออกมากล่าวว่า ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทราบว่ากลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ สคบ. ได้ถูกแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่จังหวัดสระบุรี โดยทางด้านนางศิริวรรณ งามมา อายุ 43 ปี เจ้าของร้าน เก้าทองแอนด์ซาวด์ ที่อาศัยอยู่ที่ ต.บางโขมด อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี

ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.สมเกียรติ สุชล พนักงานสอบสวน สภ.บ้านหมอ จ.สระบุรี เนื่องจากเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ได้มีบุคคลเข้ามาที่ร้าน โดยกลุ่มอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมครองผู้บริโภค ( สคบ.) และมาจากส่วนกลาง

เจ้า ตำรวจ เผย อ้างเป็น สคบ.

พร้อมทั้งยังระบุว่าที่ร้านขายสินค้าทำผิดหลายอย่าง และจะนำกำลังมายึดสินค้า แต่ตนเกรงกลัวจึงยอมจ่ายเงินให้ชายคนดังกล่าวตามที่เรียกร้องไป จำนวน 41,200 บาท เพื่อที่ตนเองมิให้ถูกจับกุมยึดทรัพย์ แต่ภายหลังมาเช็คดูแล้วปรากฏว่า ชายคนดังกล่าวไม่ใช่เจ้าหน้าที่ สคบ.

ซึ่งตนเองได้ให้ผู้กำกับการ สภ.เมืองอ่างทอง จึงได้ทำการประสานขอข้อมูลไปยังท้องที่เกิดเหตุ และในส่วนของจังหวัดอ่างทอง ได้รับทราบว่ามีผู้เสียหายในเขตอำเภอเมือง และอำเภอวิเศษชัยชาญ ที่ได้ทราบข่าว และทยอยกันเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ ทั้ง 2 โรงพัก และยังขอให้ผู้เสียหายอย่างหวาดกลัวในการเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดี

โดยทางด้านเจ้าหน้าที่ได้ส่งคลิปไปที่ฝ่ายสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อตรวจสอบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือไม่ เพราะถ้าหากเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงตนเองได้รับการกำชับจากผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อให้ดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด และเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

เรียกได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะว่าเหตุการณ์ กลุ่มชายอ้างเป็น  สคบ. รีดไถ่เงินไปกว่า 7 หมื่นบาทนั้น เป้นพฤติกรรมที่สร้างความเสียหายเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลยนะคะ เนื่องจากว่า จำนวนเงินนี้เข้าข่ายการรีดไถ่ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งนำตัวกลุ่มชายดังกล่าวมาสอบสวนโดยเร็ว ส่วนความคืบหน้าเพิ่มเราจะรายงานให้ท่านทราบต่อไป