ดวงจันทร์ยูโรปา

NASA ค้นพบ น้ำพุร้อน คาดอาจเป็นที่อยู่ใหม่ของมนุษย์

สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2561 ที่นักวิทยาศาสตร์ได้มีการค้นพบ “น้ำพุร้อน” อยู่บน ดวงจันทร์ยูโรปา ของดาวพฤหัสบดี ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ดังกล่าวได้มีการคาดว่าอาจจะเป็นสถานที่ที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตอยู่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็เป็นได้ในอนาคต หลังจากที่มีกล้องโทรทัศน์ของนาซาได้จับภาพดังกล่าวเอาไว้ได้ตั้งแต่เมื่อช่วงปี ค.ศ. 2012 ที่ผ่านมา

ทางด้านของรองศาสตราจารย์เซียนเจ้อ เจีย แห่งภาควิชาภูมิอากาศและวิทยาศาสตร์อวกาศและวิศวกรรม มหาวิทยาลัยมิชิแกน ซึ่งตั้งอยู่ที่ เมืองแอนน์อาร์เบอร์ รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีการกล่าวออกมาว่า ข้อมูลที่ได้รับจากยานกาลิเลโอที่ถูกปล่อยไปสำรวจดวงจันทร์ยูโรปานั้น ได้ระบุว่า มีหลักฐานที่บ่งบอกถึงการเกิดน้ำพุบนดวงจันทร์ยูโรปา

ดวงจันทร์ยูโรปา

ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวได้มีการสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้จากกล้องโทรทัศน์อวกาศฮับเบิลที่เก็บข้อมูลได้ในปี ค.ศ.2012 และ ค.ศ. 2016 ที่ได้มีการสามารถถ่ายภาพน้ำพุที่พุ่งออกมาจากพื้นผิวได้ที่ทางบริเวณตอนใต้ของดวงจันทร์ แต่ททว่าอย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้จากภาพถ่ายนั้นก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าบนดวงจันทร์ดังกล่าวมีน้ำอยู่จริงหรือไม่

โดยทางด้านของทีมวิจัยของ รศ.เจีย ได้มีการนำข้อมูลจากยานสำรวจอวกาศกาลิเลโอที่จบภารกิจสำรวจบนดวงจันทร์ยูโรปา นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 นำเอามาประมวลผลใหม่ จนส่งผลให้ทางเจ้าหน้าที่ได้พบกับหลักฐานการเกิดน้ำพุร้อนบนดวงจันทร์ดังกล่าว ซึ่งทางด้านของยานสำรวจอวกาศได้มีพบน้ำพุร้อนดังกล่าวเมื่อปี ค.ศ. 1997

“การค้นพบน้ำพุร้อนจากข้อมูลของกาลิเลโอในครั้งนี้ถือได้ว่ามีประโยชน์ต่อการสำรวจดวงจันทร์ยูโรปาในอนาคตเป็นอย่างมาก พร้อมกับการมีหลักฐานยืนยันว่าน้ำพุร้อนจริงบนดวงจันทร์ ก็ได้เป็นได้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ยานสำรวจรุ่นใหม่เหล่านี้ก็จะได้เข้าไปสำรวจบริเวณน้ำที่พวยพุ่งออกมาจากใต้พื้นผิวมหาสมุทร” รศ.เจีย ได้กล่าว

ทั้งนี้ ทางด้านของนาซามีแผนที่จะส่งยานสำรวจดวงจันทร์ยูโรปาอีกครั้งในปี ค.ศ. 2022 โดยมีจุดประสงค์เพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์ยูโรปาอีกครั้งหนึ่งด้วย

พร้อมกับ ทางด้านของวิลเลียม สปาร์ค นักอวกาศและหัวหน้าทีมที่ได้มีการค้นพบน้ำพุบนดวงจันทร์ยูโรปากล่าวเอาไว้ว่า “ยูโรปาเป็นดวงจันทร์ที่มีขนาดเทียบเท่ากับดวงจันทร์ของโลก แต่ทว่ามันมีน้ำมากกว่าน้ำทั้งหมดของโลกรวมกันเสียอีก และบริเวณบนพื้นผิวดวงจันทร์ดังกล่าวถูกปกคลุมด้วยมหาสมุทรน้ำเค็มที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งอีกชั้นหนึ่ง และมันยังเป็นสถานที่ที่เหมาะต่อการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์เป็นอย่างมาก และมันอาจเป็นสถานที่พวกเรามีอยู่นอกเหนือจากโลก

นาซ่าได้มีการแถลงภารกิจการกลับไป ดวงจันทร์ยูโรปา ครั้งใหม่ จะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำรวจดาวอังคารของมนุษย์ในอนาคต

จิม ไบรเดนสตีน” ผู้อำนวยการองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ได้มีการกล่าวภายในที่ประชุมของโครงการมนุษย์สู่ดาวอังคาร ที่วอชิงตัน ดี.ซี. ว่า เกี่ยวกับภารกิจการกลับไปยังดวงจันทร์ของประเทศสหรัฐฯ จะเป็นโครงการที่สนับสนุนและเป็นโครงการที่จะต่อยอดในการเดินทางไปยังดาวอังคาร โดยที่ทางด้านของประเทศสหรัฐฯ ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นชาติแรกในการส่งมนุษย์ไปเหยียบดาวอังคาร

สำหรับวิสัยทัศน์ของท่านประธานาธิบดีเน้นย้ำให้เห็นว่าโครงการสำรวจอวกาศของเราจะทำให้เราเป็นผู้นำในการส่งมนุษย์ไปสำรวจดาวอังคาร ปัจจุบันพวกเรากำลังทำโครงการสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคารควบคู่กันไป และภารกิจเหล่านี้จะเป็นโครงการที่สนับสนุนกันและกัน”

นอกจากนี้ พวกเขายังกล่าวอีกว่า ภายในความเป็นจริงแล้ว การกลับไปดวงจันทร์จะทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีที่มีทั้งระบบการลงจอดของยาน การศึกษาเกี่ยวกับพื้นผิว การเคลื่อนที่บนพื้นผิวของดาว รวมไปถึงการพัฒนาอุปกรณ์ที่ช่วยสนับสนุนการเดินทางในระยะยาว ซึ่งจะทำให้เราเป็นชาติแรกที่สามารถเดินทางไปยังดาวอังคารได้ในอนาคตอีกด้วย

ดวงจันทร์ยูโรปา

ไบรเดนสตีนก็ยังได้กล่าวต่ออีกว่า อย่างเร็วที่สุดภายในเดือน ก.ค. – ส.ค. ปี ค.ศ. 2020 นั้นจะมีการส่งยานสำรวจดาวอังคารที่สามารถเก็บตัวอย่างหินและดินบนพื้นผิวดาวเคราะห์สีแดงนี้และสามารถส่งตัวอย่างดังกล่าวกลับมายังโลก ซึ่งจะเป็นการสำรวจเพื่อค้นหาสมรรถภาพของสภาพแวดล้อมสำหรับการอยู่อาศัยของมนุษย์

นอกจากนี้ ภายในที่ประชุมดังกล่าวนั้นก็ยังมีการกล่าวถึงแผนการในปี ค.ศ. 2033 โดยที่มีเป้าหมายภารกิจในการสร้างอาณานิคมของมนุษย์บนดาวอังคารต่อไป

เวอรา มัลยานี” เป็นเจ้าของบริษัท Marschitect เล่าว่า บริษัทได้ทำหน้าที่สำรวจแนวคิดเกี่ยวกับการวางแผนเมืองอย่างยั่งยืนบนดาวเคราะห์ดวงนี้ ซึ่งรวมถึงบ้านที่ประชาชนสามารถอาศัยอยู่ได้ด้วยความรัก โดยที่บริเวณเว็บไซต์ของบริษัทเสนอบ้านที่ออกแบบเพื่อรองรับกับสภาวะเรือนกระจกที่รุนแรง รวมไปถึงเสื้อผ้าที่สามารถทำความสะอาดได้ ซึ่งทำจากเส้นใยพลาสติกสามารถกำจัดแบคทีเรียบนดาวอังคารและสามารถดูดซับเหงื่อด้วย

ทั้งนี้ เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทางด้านของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามกำกับนโยบายด้านอวกาศของสหรัฐฯ ฉบับใหม่ ซึ่งเป็นนโยบายฉบับใหม่นี้สนับสนุนให้มีการส่งนักบินอวกาศเดินทางไปนอกโลกเพื่อสำรวจอวกาศมากขึ้น โดยที่นายทรัมป์บอกให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา เตรียมส่งนักบินไปทำภารกิจนี้